Infinite Load Articles

ด้วยรักของแม่ แม้จะต่างสายพันธุ์พวกเราคือครอบครัวเดียวกันอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขและแสนอบอุ่น

นึกถึงสมัยตอนพวกเรายังเรียนโรงเรียนอนุบาลเด็กน้อย ไปไหนมาไหนครูก็จะให้ต่อแถวกันเป็นรถขบวนรถไฟและร้องเพลงไปตามทาง พวกเราต่างดีในมากซึ่งคุณครูพาพวกเราไปเรียนนอกห้อง แต่กว่าพวกเราจะต่อแถวได้เป็นระเบียบเรียบร้อยมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายยิ่งกว่าจับปูใส่กระโด่งซะอีก นับถือจิตใจและความอดทนของครูมากจริงๆ พอเราโตขึ้นแล้วมาเห็นบรรยากาศเดิมๆมันทำให้เราได้นึกถึงตอนเด็กๆเสมอ เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า กัลยาณัฏฐ์ คำพึ่งพรธนโชติ ได้โพสต์เรื่องราวผ่านโลกโซเชียลเรื่องสนุกของเธอ หลังจากเลิกงานเธอมีเเพลนคิดจะพาน้องหมาและน้องแมวของเธอไปขับรถเล่น เก็บเกี่ยวบรรยากาศยามเย็นแสนสบาย แต่ติดอยู่ตรงน้องหมาและน้องของเธอเองมีหลายตัวซะเหลือเกิน ไม่รู้จะขนไปได้ยังไงหมดถ้าเกิดเอาน้องไปแค่บางตัวคงจะไม่ได้เรื่องดีแน่ๆ เพราะตัวไม่ได้น้องคงงอนและกว่าจะตามง้อได้ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เจ้าของโพสต์จึงได้ขนน้องๆทั้งเจ็ดตัวขึ้นรถมอไซค์หนึ่งคัน หวังว่าคงจะไม่เจอด่านข้างทางนะคะเพราะซ้อนมาเยอะซะเหลือเกิน น้องๆเองก็ไม่ได้ไส่หมวกกันน๊อคซะด้วยและการเดินทางก็เริ่มขึ้น เธอได้พาลูกของเธอขับรถมาจอดข้างทุ่งนาอันแสนเขียวชอุ่มน้องๆทุกตัว ต่างก็ดีใจและตื่นเต้นมากกับการได้ออกบ้านครั้งแรกในรอบหลายเดือน แม่ของน้องได้ตั้งกฏกติกาห้ามน้องๆดื้อ จะไปไหนมาไหนก็ต้องต่อแถวกันไปให้เป็นระเบียบ เพราะถ้าดื้อคงจะไม่ได้ออกมาเล่นข้างนอกอีก น้องๆได้ฟังแม่พูดแล้วต่างก็เชื่อฟังน้องได้ต่อแถวกันเป็นระเบียบและเดินชมทุ่งนา...

เจ้าของไม่เหลียวแลแม้ยุงจะกัด อากาศจะร้อนจะหนาว ไร้ซึ่งอิสระภาพในกรงสี่เหลี่ยมคับแคบ

สังคมไทยควรจะมีกฏหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองสัตว์อย่างเป็นจริงเป็นจังได้แล้ว เพราะสัตว์ในปัจจุบันต่างมีชะตากรรมซึ่งแตกต่างกันไป และไม่ไช่เรื่องดีซะเท่าไหร่นักเพราะเรื่องด้านเศรษฐกิจความเครียดและความอดอยากของประชาชน ทำให้พวกเขาต้องหมางเมินสัตว์เลี้ยงของตัวเอง บ้างก็นำไปเทบ้างก็ขังลืมไว้มันไม่แฟร์สำหรับพวกเขาซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรเลย เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Kassrin jomcu ได้โพสต์เรื่องราวของโลกโซเชียล ขอวน้องหมาผู้น่าสงสารซึ่งตัวเธอเองได้ทนเห็นน้องๆในสภาพถูกขังไม่ได้ เพราะน้องโดนเจ้าของขังอย่างกับนักโทษโดยไม่ได้ออกมาวิ่งเล่นหรือแม้กระทั่งออกมาขับถ่าย น้องเองก็ถ่ายไว้อยู่ในกรงและก็ทับถมไว้เป็นเวลานานซึ่งเจ้าของโพสต์ได้สังเกตุเห็นทุกครั้ง เพราะบ้านอยู่ใกล้ๆกันกับเจ้าของน้อง ยามค่ำคืนน้องก็จะร้องโหยหวนเหมือนร้องไห้เพราะน้องโดนขังไว้ โดยเจ้าของไม่ได้มาสนใจอะไรเลยเธอเองได้แค่ฟังเสียงน้อง แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้น้องคงเหงาและอ้างว้างน่าดู แม้กระทั่งผ้าขาดสักผืนทำให้อบอุ่นก็ยังไม่มี ยุงก็คงจะโหมมารุมตอมเห็นแล้วสุดแสนจะเวทนาน้อง เจอทุกครั้งแทบจะร้องไห้เมื่อน้องส่งสายตามาให้ เธอเสียใจมากซึ่งช่วยอะไรไม่ได้อยากให้หน่วยงานซึ่งเกี่ยวข้องได้เข้ามาช่วยเหลือน้องจริงๆ เพราะน้องน่าสงสารมากน้องมีเจ้าของแต่เจ้าของทำกับน้องซึ่งมันไม่ไช่การเลี้ยงดูแล้ว มันคือการโดนขังหน่วงเหนี่ยว ถ้าเป็นเราใครมาขังเราไว้เราคงไม่ยอมแน่ๆ ฝากไว้ให้คิดนะคะ อย่าหาทำมันไม่ดีคะการเลี้ยงสัตว์สักตัวมันไม่ไช่เรื่องยากและไม่ไช่เรื่องง่าย เพราะซึ่งคุณต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกคือจะเลี้ยงพวกเขาด้วยความรัก...

กี่วันกี่คืนต้องทนนอนตากแดด ตากหมอกตากลมไร้แม้กระทั่งผ้าขาดๆ ไว้ห่มกายเมื่อยามเหน็บหนาว

กี่ร้อยกี่พันชีวิตแล้วซึ่งถูกนำมาเลี้ยงไว้อย่างกับพวกเขาไม่มีชีวิตไม่มีจิตใจไม่มีความรู้สึก บางตัวถูกนำมาเทบางตัวก็ถูกขังลืมไว้ไร้แม้กระทั่งน้ำอาหารประทังชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นแล้วก็ดับไปตามกาลเวลาใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับผลกรรมในสิ่งซึ่งตัวเองทำ ใครทำดีก็ได้ดีใครทำไม่ดีก็ต้องได้สิ่งไม่ดี เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงกรรมได้และน้องซึ่งเป็นสัตว์ต่างก็ต้องชดใช้กรรมแตกต่างกันไปจนกว่าจบสิ้น เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า somsak phongpayaklert ได้โพสต์เรื่องราวผ่านโลกโซเชียลของชีวิตน้องแมวซึ่งน่าเวทนายิ่งนัก ผู้ใช้เฟสบุ๊กได้พบน้องแมวกำลังนอนตากแดดอันร้อนระอุ เพราะเจ้าของไม่ได้นำเข้าไปเลี้ยงในบ้านได้แต่เลี้ยงน้อง โดยใช้ระเบียงหน้าบ้านและล้อมด้วยเหล็กและตาข่ายอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันไม่ให้น้องแมวออกจากบ้าน ทุกๆเช้าจนถึงเที่ยงๆ น้องๆก็จะส่งเสียงร้องด้วยความทุกข์ทนเพราะอากาศอันร้อนอบอ้าว น้องๆต้องทนอยู่มานานแค่ไหนแล้วจะไปเที่ยวเล่นอย่างแมวตัวอื่น คงจะเป็นแค่ฝันมีแต่กรอบสี่เหลี่ยมล้อมรอบและได้แค่อิจฉานกซึ่งโบยบินมาเกาะหลังคาในทุกๆวันยามเช้า  ตอนดึกมาก็ต้องทนต่ออากาศหนาวและมรสุมของยุง มันคงเป็นโชคชะตากำหนดชีวิตของน้องๆไว้แล้ว เขาเองได้เห็นน้องทุกวันผ่านระเบียงข้างๆกัน เขาเองได้เห็นแววตาน้องๆทุกตัวซึ่งได้มองเขาด้วยความต้องการอิสระภาพ เจ้าโพสต์เองก็ทำอะไรไม่ได้ หรือถ้าพูดอะไรไปเกรงว่าจะผิดใจกันกับเพื่อนบ้าน เมื่อเรื่องราวถูกโพสต์ออกไปมีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย และเข้ามาต่อว่าเจ้าของน้องแมวต่างๆนาๆ อยากจะฝากถึงผู้ซึ่งอยากเลี้ยงสัตว์ ก่อนจะเลี้ยงอะไร...

จำต้องทนอาศัยบ้านไร้น้ำใจ จากคนใจดำทำเหมือนไม่มีจิตใจแม้เลี้ยงมากับมือ ถูกเขาขังฝืนทนหมดอิสระภาพ

เมื่อเราต้องการเลี้ยงอะไรสัตว์อย่างไม่ไช่แค่เราอยากจะเลี้ยงหรือแค่สงสารพวกเขา แต่หนึ่งซึ่งเราต้องคิดก่อนจะเลี้ยงพวกเขาคือให้สำรวจตัวเราก่อน และสังคมสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราก่อนว่าเรามีกำลังจะดูแลเขาไหวหรือปล่าว หรือเรานำเขามาเลี้ยงแล้วเราต้องนึกถึงเพื่อนบ้านด้วยว่าสัตว์เลี้ยงของเราจะไปก่อการสร้างความเดือดร้อนให้กับพวกเขาไหม ได้โปรดสำรวจตัวคุณก่อน ก่อนจะนำพวกเขามาเลี้ยงเพื่อจะไม่มีปัญหาใอนาคต เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า ลัคกี้ แมวหูเดียว ได้บอกเล่าเรื่องราวผ่านเฟสบุ๊ก ซึ่งตัวเขาเองได้มีโอกาสไปร่วมกับจิตอาสาไปช่วยน้องแมวซึ่งถูกเขาขังไว้ซึ่งมียายแก่อายุกว่า80ปี ได้ถูกเขาขังพวกน้องๆไว้ทางจิตอาสาได้เข้าไปช่วยชีวิตน้องแมว และนำส่งมูลนิธิ เพื่อทำการช่วยเหลือต่อไป แต่เรื่องน่าเศร้าไปกว่าเรื่องของคุณยายถูกเขาขังแมวก็คือ ผู้โพสต์ได้บังเอิญได้คุยกับพวกพี่ๆจิตอาสาแล้วได้ทราบว่า ยังมีน้องแมวซึ่งโดนถูกขังอย่างไร้อิสระภาพซึ่งห่างจากบ้านคุณยายไม่ไกลกันมากนัก อีกสองวันพี่ๆจิตอาสาก็ได้ไปช่วยกันปฏิบัติงานต่อ วันเริ่มภาระกิจเจ้าของโพสต์และทีมงานได้เข้าไปบ้านหลังหนึ่ง พวกเขาได้พบคู่สามีภรรยาซึ่งดูจากภายนอกแล้วพวกเขาสองคนก็ดูเป็นคนดูดีเป็นคนเมืองและคนมีฐานะ สำคัญก็คือน่าจะมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนสมบูรณ์ แต่หารู้ไม่การมองคนแค่รูปร่างภายนอกมันใช้ไม่ได้จริงๆ พวกเขาได้บอกพวกเราเหตุผลคือทำไมพวกเขาถึงได้เลี้ยงแมวไว้เยอะมากๆ เริ่มต้นจากการเลี้ยงแมวไม่กี่ตัว ออกลูกออกหลานและไม่พาไปทำหมันเลี้ยงกันไปเรื่อยๆไม่มีทรายให้น้องๆอึน้องๆก็จะอึทับถมกันไป บางตัวก็ไม่รอดและไม่ได้เอาไปฝั่งน้องๆก็จะแห้งสลายไป...

สุนัขจรนอนตากแดดขาหน้าสองข้างคลาน ได้กลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติวิ่งเล่นอีกครั้ง

เมื่อเราได้เห็นเรื่องราวของสัตว์ซึ่งถูกนำมาเทไว้เราเองจะรู้สึกไม่ดีทุกครั้งซึ่งได้พบเจอ แต่ความรู้สึกเศร้าไม่นานก็ผ่านไปเพราะมีเรื่องราวใหม่ทำให้พวกเราลืม มีหลายชีวิตซึ่งถูกนำมาเทไว้โดยไม่มีใครรับเก็บไปเลี้ยงแต่ยังมีอีกหลายชีวิตซึ่งโชคดีได้รับชีวิตใหม่อันแสนดี เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า The man that rescues dogs ได้โพสเรื่องราวของน้องหมา ซึ่งเขาได้รับมาเลี้ยงไว้ในมูลนิธิของเขาเองซึ่งน้องหมาได้ถูกเจ้าของนำมาเทไว้และน้องจึงมีอาการขาหลังใช้งานไม่ได้ เพราะน้องถูกรถชนเวลาเดินน้องก็จะใช้สองขาหน้าประคองตัวเองไปเรื่อยๆ ขาหลังของน้องอาการน่าเป็นห่วงเพราะต้องลากไปกับพื้นและไม่ได้รับการรักษาทำให้มีอาการน่าเป็นห่วง เจ้าของโพสต์ได้พบเจอกับน้องได้นำน้องเข้ามูลนิธิของเขา เพื่อทำการรักษาและหาบ้านใหม่ให้กับน้องพวกเขาจึงได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ โดยพวกเขาได้ทำสิ่งประดิษฐ์ซึ่งคิดค้นเองโดยใช้ล้อทั้งสองข้าง ให้แทนกับขาซึ่งใช้งานไม่ได้เขาจึงได้ผูกล้อไว้กับขาหลังทั้งสองข้าง แรกๆน้องหมายังไม่รู้สึกคุ้นชินมากนักยังมีการปฏิเสธของซึ่งได้นำมาให้ แต่ไม่นานน้องก็คุ้นชินและสามารถเข้ากับมันได้อย่างดีน้องสนุกสนานกับของเล่นชิ้นใหม่ซึ่งช่วยให้ชีวิตเขาได้กลับมาเป็นปกติ น้องได้กลับมาวิ่งเล่นกับเพื่อนๆอย่างสนุกสนาน ทางมูลนิธิได้ให้ชีวิตใหม่ให้กับน้องและได้ตั้งชื่อใหม่ให้ว่าน้องจิมจิ นับเป็นโชคดีของจิมจิจริงๆ ยังมีอีกหลายตัวซึ่งขาดความช่วยเหลือและยังมีอาการไม่สบายอยู่ ซึ่งใครอยากช่วยเหลือมูลนิธิสามารถติดต่อได้ทางเฟสบุ๊ค The man...

สามแม่ลูก เดินออกมาจากป่าข้างทาง แม่แมวเฝ้าคอยรอลูกน้อยข้ามถนน เพื่อมาขอข้าวกิน

สุดสงสารชีวิตซึ่งต้องใช้ชีวิตอย่างเดียวดายไร้แม้กระทั่งเจ้าของซึ่งเคยดูแลหาข้าวหาปลาให้กินเช้าค่ำ ไม่รู้จิตใจพวกเขาทำด้วยอะไรกัน เคยเห็นกันเคยรักกันเคยหยอกล้อกันทุกวันยังเอากันมาเทได้ลงคอ พวกเขาไม่สงสารเราเลยหรอแล้วเราจะอยู่ยังไงในเมื่อชีวิตต้องอยู่คนเดียว แม้โชคชะตาได้กำหนดไว้แล้วเราจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เราได้แต่สู้ชีวิตหอบลูกน้อยขอข้าวกินเพื่อความอยู่รอดไปวันวัน เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า หมาวัดสวัสดี ได้โพสต์เรื่องราวของ คุณน้ำซึ่งเป็นแอดมินเพจ คุณน้ำได้ไปส่งขนมบราวนี่ขณะคุณน้ำขับรถกลับ เธอได้พบเจอกับแมีแมวและลูกน้อยซึ่งกำลังจะข้ามถนนแม่แมวกับลูกแมวอีกสองตัวข้ามได้แล้ว แต่ยังมีอีกตัวซึ่งคิดว่าจะยังกลัว น้องก็เลยเดินกลับไปฝั่งเดิมแม่แมวได้แต่มองลูกของเธอด้วยความห่วงใย เธอได้เห็นแล้วได้รับรู้ถึงความรู้สึกถึงของแม่ซึ่งมีให้ต่อลูกมันทำให้เธอรู้สึกดีมากในช่วงขณะ เธอเองคิดว่าแม่แมวและลูกๆคงจะเป็นของคนแถวนี้ซึ่งเลี้ยงไว้เธอไม่ได้สนใจอะไร พอเธอลงไปซื้อข้าวร้านข้างทางเธอสังเกตเห็นว่า น้องแมวอีกตัวยังไม่สามารถจะข้ามถนนได้และมีแม่แมวยังเฝ้ามองอยู่อีกฝั่งโดยไม่ไปไหน เธอเองได้เดินไปจับน้องมาให้แม่โดยน้องไม่มีท่าทีและมีอาการหวาดกลัวแต่อย่างใด แม่ค้าขายกับข้าวได้บอกกับเธอว่าทำไมไม่เอาไปเลี้ยงละ เธอเองรู้สึกดีใจมากและถามแม่ค้าว่าไม่ไช่แมวของคุณหรอคะ แม่ค้าตอบกลับไปว่าไม่ไช่คะถ้าเลี้ยงได้เลี้ยงไปนานแล้ว เพราะเธอเองได้เลี้ยงหมาไว้ เธอทำได้แค่ให้อาหารน้องๆทุกวันน้องๆแค่ข้ามถนนมากินอาหาร เธอได้จับน้องๆใส่กล่องกลับบ้านด้วยความดีใจเพราะน้องๆน่ารักมากทั้งแม่และลูกต่างก็เป็นแมวโกนจา ซึ่งแม่ค้าบอกว่าแมวโกนจาเป็นแมวนำโชคซึ่งใครได้เลี้ยงแล้ว พวกเขาจะนำโชคดีมาให้เธอเองรู้สึกดีใจมากๆ...

ยอดนิยม

ประเด็นร้อน