ด้วยรักของแม่ แม้จะต่างสายพันธุ์พวกเราคือครอบครัวเดียวกันอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขและแสนอบอุ่น

นึกถึงสมัยตอนพวกเรายังเรียนโรงเรียนอนุบาลเด็กน้อย ไปไหนมาไหนครูก็จะให้ต่อแถวกันเป็นรถขบวนรถไฟและร้องเพลงไปตามทาง พวกเราต่างดีในมากซึ่งคุณครูพาพวกเราไปเรียนนอกห้อง แต่กว่าพวกเราจะต่อแถวได้เป็นระเบียบเรียบร้อยมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายยิ่งกว่าจับปูใส่กระโด่งซะอีก นับถือจิตใจและความอดทนของครูมากจริงๆ พอเราโตขึ้นแล้วมาเห็นบรรยากาศเดิมๆมันทำให้เราได้นึกถึงตอนเด็กๆเสมอ เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า กัลยาณัฏฐ์ คำพึ่งพรธนโชติ ได้โพสต์เรื่องราวผ่านโลกโซเชียลเรื่องสนุกของเธอ หลังจากเลิกงานเธอมีเเพลนคิดจะพาน้องหมาและน้องแมวของเธอไปขับรถเล่น เก็บเกี่ยวบรรยากาศยามเย็นแสนสบาย แต่ติดอยู่ตรงน้องหมาและน้องของเธอเองมีหลายตัวซะเหลือเกิน ไม่รู้จะขนไปได้ยังไงหมดถ้าเกิดเอาน้องไปแค่บางตัวคงจะไม่ได้เรื่องดีแน่ๆ เพราะตัวไม่ได้น้องคงงอนและกว่าจะตามง้อได้ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เจ้าของโพสต์จึงได้ขนน้องๆทั้งเจ็ดตัวขึ้นรถมอไซค์หนึ่งคัน หวังว่าคงจะไม่เจอด่านข้างทางนะคะเพราะซ้อนมาเยอะซะเหลือเกิน น้องๆเองก็ไม่ได้ไส่หมวกกันน๊อคซะด้วยและการเดินทางก็เริ่มขึ้น เธอได้พาลูกของเธอขับรถมาจอดข้างทุ่งนาอันแสนเขียวชอุ่มน้องๆทุกตัว ต่างก็ดีใจและตื่นเต้นมากกับการได้ออกบ้านครั้งแรกในรอบหลายเดือน แม่ของน้องได้ตั้งกฏกติกาห้ามน้องๆดื้อ จะไปไหนมาไหนก็ต้องต่อแถวกันไปให้เป็นระเบียบ เพราะถ้าดื้อคงจะไม่ได้ออกมาเล่นข้างนอกอีก น้องๆได้ฟังแม่พูดแล้วต่างก็เชื่อฟังน้องได้ต่อแถวกันเป็นระเบียบและเดินชมทุ่งนา...

เจ้าของไม่เหลียวแลแม้ยุงจะกัด อากาศจะร้อนจะหนาว ไร้ซึ่งอิสระภาพในกรงสี่เหลี่ยมคับแคบ

สังคมไทยควรจะมีกฏหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองสัตว์อย่างเป็นจริงเป็นจังได้แล้ว เพราะสัตว์ในปัจจุบันต่างมีชะตากรรมซึ่งแตกต่างกันไป และไม่ไช่เรื่องดีซะเท่าไหร่นักเพราะเรื่องด้านเศรษฐกิจความเครียดและความอดอยากของประชาชน ทำให้พวกเขาต้องหมางเมินสัตว์เลี้ยงของตัวเอง บ้างก็นำไปเทบ้างก็ขังลืมไว้มันไม่แฟร์สำหรับพวกเขาซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรเลย เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Kassrin jomcu ได้โพสต์เรื่องราวของโลกโซเชียล ขอวน้องหมาผู้น่าสงสารซึ่งตัวเธอเองได้ทนเห็นน้องๆในสภาพถูกขังไม่ได้ เพราะน้องโดนเจ้าของขังอย่างกับนักโทษโดยไม่ได้ออกมาวิ่งเล่นหรือแม้กระทั่งออกมาขับถ่าย น้องเองก็ถ่ายไว้อยู่ในกรงและก็ทับถมไว้เป็นเวลานานซึ่งเจ้าของโพสต์ได้สังเกตุเห็นทุกครั้ง เพราะบ้านอยู่ใกล้ๆกันกับเจ้าของน้อง ยามค่ำคืนน้องก็จะร้องโหยหวนเหมือนร้องไห้เพราะน้องโดนขังไว้ โดยเจ้าของไม่ได้มาสนใจอะไรเลยเธอเองได้แค่ฟังเสียงน้อง แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้น้องคงเหงาและอ้างว้างน่าดู แม้กระทั่งผ้าขาดสักผืนทำให้อบอุ่นก็ยังไม่มี ยุงก็คงจะโหมมารุมตอมเห็นแล้วสุดแสนจะเวทนาน้อง เจอทุกครั้งแทบจะร้องไห้เมื่อน้องส่งสายตามาให้ เธอเสียใจมากซึ่งช่วยอะไรไม่ได้อยากให้หน่วยงานซึ่งเกี่ยวข้องได้เข้ามาช่วยเหลือน้องจริงๆ เพราะน้องน่าสงสารมากน้องมีเจ้าของแต่เจ้าของทำกับน้องซึ่งมันไม่ไช่การเลี้ยงดูแล้ว มันคือการโดนขังหน่วงเหนี่ยว ถ้าเป็นเราใครมาขังเราไว้เราคงไม่ยอมแน่ๆ ฝากไว้ให้คิดนะคะ อย่าหาทำมันไม่ดีคะการเลี้ยงสัตว์สักตัวมันไม่ไช่เรื่องยากและไม่ไช่เรื่องง่าย เพราะซึ่งคุณต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกคือจะเลี้ยงพวกเขาด้วยความรัก...

กี่วันกี่คืนต้องทนนอนตากแดด ตากหมอกตากลมไร้แม้กระทั่งผ้าขาดๆ ไว้ห่มกายเมื่อยามเหน็บหนาว

กี่ร้อยกี่พันชีวิตแล้วซึ่งถูกนำมาเลี้ยงไว้อย่างกับพวกเขาไม่มีชีวิตไม่มีจิตใจไม่มีความรู้สึก บางตัวถูกนำมาเทบางตัวก็ถูกขังลืมไว้ไร้แม้กระทั่งน้ำอาหารประทังชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นแล้วก็ดับไปตามกาลเวลาใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับผลกรรมในสิ่งซึ่งตัวเองทำ ใครทำดีก็ได้ดีใครทำไม่ดีก็ต้องได้สิ่งไม่ดี เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงกรรมได้และน้องซึ่งเป็นสัตว์ต่างก็ต้องชดใช้กรรมแตกต่างกันไปจนกว่าจบสิ้น เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า somsak phongpayaklert ได้โพสต์เรื่องราวผ่านโลกโซเชียลของชีวิตน้องแมวซึ่งน่าเวทนายิ่งนัก ผู้ใช้เฟสบุ๊กได้พบน้องแมวกำลังนอนตากแดดอันร้อนระอุ เพราะเจ้าของไม่ได้นำเข้าไปเลี้ยงในบ้านได้แต่เลี้ยงน้อง โดยใช้ระเบียงหน้าบ้านและล้อมด้วยเหล็กและตาข่ายอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันไม่ให้น้องแมวออกจากบ้าน ทุกๆเช้าจนถึงเที่ยงๆ น้องๆก็จะส่งเสียงร้องด้วยความทุกข์ทนเพราะอากาศอันร้อนอบอ้าว น้องๆต้องทนอยู่มานานแค่ไหนแล้วจะไปเที่ยวเล่นอย่างแมวตัวอื่น คงจะเป็นแค่ฝันมีแต่กรอบสี่เหลี่ยมล้อมรอบและได้แค่อิจฉานกซึ่งโบยบินมาเกาะหลังคาในทุกๆวันยามเช้า  ตอนดึกมาก็ต้องทนต่ออากาศหนาวและมรสุมของยุง มันคงเป็นโชคชะตากำหนดชีวิตของน้องๆไว้แล้ว เขาเองได้เห็นน้องทุกวันผ่านระเบียงข้างๆกัน เขาเองได้เห็นแววตาน้องๆทุกตัวซึ่งได้มองเขาด้วยความต้องการอิสระภาพ เจ้าโพสต์เองก็ทำอะไรไม่ได้ หรือถ้าพูดอะไรไปเกรงว่าจะผิดใจกันกับเพื่อนบ้าน เมื่อเรื่องราวถูกโพสต์ออกไปมีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย และเข้ามาต่อว่าเจ้าของน้องแมวต่างๆนาๆ อยากจะฝากถึงผู้ซึ่งอยากเลี้ยงสัตว์ ก่อนจะเลี้ยงอะไร...

จำต้องทนอาศัยบ้านไร้น้ำใจ จากคนใจดำทำเหมือนไม่มีจิตใจแม้เลี้ยงมากับมือ ถูกเขาขังฝืนทนหมดอิสระภาพ

เมื่อเราต้องการเลี้ยงอะไรสัตว์อย่างไม่ไช่แค่เราอยากจะเลี้ยงหรือแค่สงสารพวกเขา แต่หนึ่งซึ่งเราต้องคิดก่อนจะเลี้ยงพวกเขาคือให้สำรวจตัวเราก่อน และสังคมสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราก่อนว่าเรามีกำลังจะดูแลเขาไหวหรือปล่าว หรือเรานำเขามาเลี้ยงแล้วเราต้องนึกถึงเพื่อนบ้านด้วยว่าสัตว์เลี้ยงของเราจะไปก่อการสร้างความเดือดร้อนให้กับพวกเขาไหม ได้โปรดสำรวจตัวคุณก่อน ก่อนจะนำพวกเขามาเลี้ยงเพื่อจะไม่มีปัญหาใอนาคต เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า ลัคกี้ แมวหูเดียว ได้บอกเล่าเรื่องราวผ่านเฟสบุ๊ก ซึ่งตัวเขาเองได้มีโอกาสไปร่วมกับจิตอาสาไปช่วยน้องแมวซึ่งถูกเขาขังไว้ซึ่งมียายแก่อายุกว่า80ปี ได้ถูกเขาขังพวกน้องๆไว้ทางจิตอาสาได้เข้าไปช่วยชีวิตน้องแมว และนำส่งมูลนิธิ เพื่อทำการช่วยเหลือต่อไป แต่เรื่องน่าเศร้าไปกว่าเรื่องของคุณยายถูกเขาขังแมวก็คือ ผู้โพสต์ได้บังเอิญได้คุยกับพวกพี่ๆจิตอาสาแล้วได้ทราบว่า ยังมีน้องแมวซึ่งโดนถูกขังอย่างไร้อิสระภาพซึ่งห่างจากบ้านคุณยายไม่ไกลกันมากนัก อีกสองวันพี่ๆจิตอาสาก็ได้ไปช่วยกันปฏิบัติงานต่อ วันเริ่มภาระกิจเจ้าของโพสต์และทีมงานได้เข้าไปบ้านหลังหนึ่ง พวกเขาได้พบคู่สามีภรรยาซึ่งดูจากภายนอกแล้วพวกเขาสองคนก็ดูเป็นคนดูดีเป็นคนเมืองและคนมีฐานะ สำคัญก็คือน่าจะมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนสมบูรณ์ แต่หารู้ไม่การมองคนแค่รูปร่างภายนอกมันใช้ไม่ได้จริงๆ พวกเขาได้บอกพวกเราเหตุผลคือทำไมพวกเขาถึงได้เลี้ยงแมวไว้เยอะมากๆ เริ่มต้นจากการเลี้ยงแมวไม่กี่ตัว ออกลูกออกหลานและไม่พาไปทำหมันเลี้ยงกันไปเรื่อยๆไม่มีทรายให้น้องๆอึน้องๆก็จะอึทับถมกันไป บางตัวก็ไม่รอดและไม่ได้เอาไปฝั่งน้องๆก็จะแห้งสลายไป...

สุนัขจรนอนตากแดดขาหน้าสองข้างคลาน ได้กลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติวิ่งเล่นอีกครั้ง

เมื่อเราได้เห็นเรื่องราวของสัตว์ซึ่งถูกนำมาเทไว้เราเองจะรู้สึกไม่ดีทุกครั้งซึ่งได้พบเจอ แต่ความรู้สึกเศร้าไม่นานก็ผ่านไปเพราะมีเรื่องราวใหม่ทำให้พวกเราลืม มีหลายชีวิตซึ่งถูกนำมาเทไว้โดยไม่มีใครรับเก็บไปเลี้ยงแต่ยังมีอีกหลายชีวิตซึ่งโชคดีได้รับชีวิตใหม่อันแสนดี เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า The man that rescues dogs ได้โพสเรื่องราวของน้องหมา ซึ่งเขาได้รับมาเลี้ยงไว้ในมูลนิธิของเขาเองซึ่งน้องหมาได้ถูกเจ้าของนำมาเทไว้และน้องจึงมีอาการขาหลังใช้งานไม่ได้ เพราะน้องถูกรถชนเวลาเดินน้องก็จะใช้สองขาหน้าประคองตัวเองไปเรื่อยๆ ขาหลังของน้องอาการน่าเป็นห่วงเพราะต้องลากไปกับพื้นและไม่ได้รับการรักษาทำให้มีอาการน่าเป็นห่วง เจ้าของโพสต์ได้พบเจอกับน้องได้นำน้องเข้ามูลนิธิของเขา เพื่อทำการรักษาและหาบ้านใหม่ให้กับน้องพวกเขาจึงได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ โดยพวกเขาได้ทำสิ่งประดิษฐ์ซึ่งคิดค้นเองโดยใช้ล้อทั้งสองข้าง ให้แทนกับขาซึ่งใช้งานไม่ได้เขาจึงได้ผูกล้อไว้กับขาหลังทั้งสองข้าง แรกๆน้องหมายังไม่รู้สึกคุ้นชินมากนักยังมีการปฏิเสธของซึ่งได้นำมาให้ แต่ไม่นานน้องก็คุ้นชินและสามารถเข้ากับมันได้อย่างดีน้องสนุกสนานกับของเล่นชิ้นใหม่ซึ่งช่วยให้ชีวิตเขาได้กลับมาเป็นปกติ น้องได้กลับมาวิ่งเล่นกับเพื่อนๆอย่างสนุกสนาน ทางมูลนิธิได้ให้ชีวิตใหม่ให้กับน้องและได้ตั้งชื่อใหม่ให้ว่าน้องจิมจิ นับเป็นโชคดีของจิมจิจริงๆ ยังมีอีกหลายตัวซึ่งขาดความช่วยเหลือและยังมีอาการไม่สบายอยู่ ซึ่งใครอยากช่วยเหลือมูลนิธิสามารถติดต่อได้ทางเฟสบุ๊ค The man...

สามแม่ลูก เดินออกมาจากป่าข้างทาง แม่แมวเฝ้าคอยรอลูกน้อยข้ามถนน เพื่อมาขอข้าวกิน

สุดสงสารชีวิตซึ่งต้องใช้ชีวิตอย่างเดียวดายไร้แม้กระทั่งเจ้าของซึ่งเคยดูแลหาข้าวหาปลาให้กินเช้าค่ำ ไม่รู้จิตใจพวกเขาทำด้วยอะไรกัน เคยเห็นกันเคยรักกันเคยหยอกล้อกันทุกวันยังเอากันมาเทได้ลงคอ พวกเขาไม่สงสารเราเลยหรอแล้วเราจะอยู่ยังไงในเมื่อชีวิตต้องอยู่คนเดียว แม้โชคชะตาได้กำหนดไว้แล้วเราจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เราได้แต่สู้ชีวิตหอบลูกน้อยขอข้าวกินเพื่อความอยู่รอดไปวันวัน เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า หมาวัดสวัสดี ได้โพสต์เรื่องราวของ คุณน้ำซึ่งเป็นแอดมินเพจ คุณน้ำได้ไปส่งขนมบราวนี่ขณะคุณน้ำขับรถกลับ เธอได้พบเจอกับแมีแมวและลูกน้อยซึ่งกำลังจะข้ามถนนแม่แมวกับลูกแมวอีกสองตัวข้ามได้แล้ว แต่ยังมีอีกตัวซึ่งคิดว่าจะยังกลัว น้องก็เลยเดินกลับไปฝั่งเดิมแม่แมวได้แต่มองลูกของเธอด้วยความห่วงใย เธอได้เห็นแล้วได้รับรู้ถึงความรู้สึกถึงของแม่ซึ่งมีให้ต่อลูกมันทำให้เธอรู้สึกดีมากในช่วงขณะ เธอเองคิดว่าแม่แมวและลูกๆคงจะเป็นของคนแถวนี้ซึ่งเลี้ยงไว้เธอไม่ได้สนใจอะไร พอเธอลงไปซื้อข้าวร้านข้างทางเธอสังเกตเห็นว่า น้องแมวอีกตัวยังไม่สามารถจะข้ามถนนได้และมีแม่แมวยังเฝ้ามองอยู่อีกฝั่งโดยไม่ไปไหน เธอเองได้เดินไปจับน้องมาให้แม่โดยน้องไม่มีท่าทีและมีอาการหวาดกลัวแต่อย่างใด แม่ค้าขายกับข้าวได้บอกกับเธอว่าทำไมไม่เอาไปเลี้ยงละ เธอเองรู้สึกดีใจมากและถามแม่ค้าว่าไม่ไช่แมวของคุณหรอคะ แม่ค้าตอบกลับไปว่าไม่ไช่คะถ้าเลี้ยงได้เลี้ยงไปนานแล้ว เพราะเธอเองได้เลี้ยงหมาไว้ เธอทำได้แค่ให้อาหารน้องๆทุกวันน้องๆแค่ข้ามถนนมากินอาหาร เธอได้จับน้องๆใส่กล่องกลับบ้านด้วยความดีใจเพราะน้องๆน่ารักมากทั้งแม่และลูกต่างก็เป็นแมวโกนจา ซึ่งแม่ค้าบอกว่าแมวโกนจาเป็นแมวนำโชคซึ่งใครได้เลี้ยงแล้ว พวกเขาจะนำโชคดีมาให้เธอเองรู้สึกดีใจมากๆ...

ยอมขัดใจเเม่ หญิงสาวโชคดีพบแมวเปอร์เซียจร อยากเก็บมาเลี้ยง

อยากเลี้ยงก็เลี้ยงไม่อยากเลี้ยงก็นำมาเท น้องหมาน้องแมวซึ่งถูกเลี้ยงมาพวกเขาไม่มีบ้านเขาจะอยู่ยังไงเพราะพวกน้องๆจะหากินไม่เป็น เหมือนน้องหมาน้องแมวจร และน้องๆเองก็ไม่รู้จักความคิดของคนไม่รู้จักรถไม่รู้จักน้องหมาซึ่งกำลังจ้องจะกัดน้องแมว ลองนึกถึงความรู้สึกและเปรียบคุณเป็นน้องๆดูสิคุณจะได้รู้ว่าพวกเขาจะอยู่ยังไง เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า เบบี้มายด์ ได้โพสต์เรื่องของน้องแมวซึ่งตัวเองได้รู้และเคยได้เจอน้องแล้ว เพราะน้องเป็นของคนในหมู่บ้าน น้องมีเจ้าของแต่น้องถูกนำมาปล่อย น้องผอมมากเดินไม่ค่อยจะไหว แถมยังเป็นขี้เรื้อนอีกด้วย เจ้าของโพสต์จึงอุ้มน้องกลับบ้านเพื่อจะนำไปเลี้ยงดูต่อ เธอได้นำอาหารให้น้องกิน น้องกินเก่งมาก สงสัยไม่ได้กินมาหลายวันแล้ว เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ แต่เจ้าของโพสต์รู้สึกไม่สบายใจเพราะต้องขัดใจกับเเม่ เพราะแม่ของเธอไม่อยากให้นำน้องมาเลี้ยง แต่เธอเองไม่ได้สนใจ เธอจะเลี้ยงต่อ และได้ ให้เพื่อนๆ ช่วยกันตั้งชื่อของน้องๆ หลังจากโพสต์ได้ไม่นาน...

โกลเด้นสุนัขลูกรักต่อให้ทำผิดแค่ไหน ก็รักโกรธไม่ลง ส่วนสามีทำผิดครั้งเดียวบ่นจนฟ้าขาด

ไม้เรียวในมือลั่นแต่คงทำอะไรไม่ลงแน่ๆ แม้จะเป็นคนหรือสัตว์ต่างก็มีความน่ารักซุกซนในเมื่อถึงวัยเด็ก และหลายๆคนซึ่งเลี้ยงสัตว์ ก็ต้องเคยเจอเรื่องป่วนๆของน้องๆแตกต่างกันไป เราเองก็คงรู้สึกมีความสุขซึ่งได้เห็นสัตว์ของเราวิ่งเล่นหยอกล้อกัน หรือแม้กระทั่งไปลุยโคลนมาตัวดำ เราคงทำอะไรไม่ได้ทำได้เพียงยืนและสตั้นไปสักแปบ เพราะน้องๆคงอยากเล่นสนุกแต่คงไม่รู้ประสา แต่เมื่อเราดุไปน้องก็จะแสดงความใสซื่อออกมาจากใบหน้าของน้อง ใครละจะไปดุลงจริงไหมคะ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Yui jiraporntawee ได้โพสต์เรื่องราวลงในโลกออนไลน์ เธอเล่าน้องหมาแสนน่ารักของเธอ ทำให้ตัวเองหัวเราะทั้งน้ำตา เพราะเมือคืนซึ่งมีพายุและฝนตกหนักเธอเองและครอบครัวก็ขึ้นไปนอนบนบ้านอย่างสบาย เพราะบรรยากาศแสนดี เธอเองก็ไม่ได้นึกถึงอะไรกับน้องหมาของเธอเลย...

จำต้องหอบลูกหลบร่มเงา แม้ตัวจะร้อนสองขาเจ็บเดินไม่ได้

แม่คือจำเป็นด้วยหรอต้องอธิบายคงจะหาอะไรในโลกเปรียบเทียบกับแม่ไม่ได้จริงๆ ตามสัญชาตญาณแล้วจะเป็นแม่คนหรือแม่สัตว์ต่างก็รักลูกของตัวเอง แม่ไม่ไช่แค่ให้ผู้กำเนิดแต่แม่ทำทุกอย่างเพื่อลูกได้ ไม่ว่าลูกต้องการอะไรแม่ทำให้ได้ทุกอย่างโดยไร้เหตุผล ไม่ว่าจะให้มีกระดาษกี่ร้อยกี่พันแผ่นก็ไม่สามารถเขียนนิยามคำว่าแม่บรรยายออกมาได้หมดสิ้น เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Chailsa SA Parsertsup ได้โพสต์เรื่องราวของสุนัขแม่ลูกอ่อนกับลูกน้อย เธอได้พบเจอสุนัขแม่ลูกอ่อนซึ่งได้คลอดลูกอยู่ข้างถนนใหญ่ซึ่งมีรถสัญจรผ่านไปมาอยู่ตลอด เธอได้ลงไปดูและจึงได้ทราบว่าแม่สุนัขได้มีอาการเจ็บบริเวณสองขาหน้า และเธอได้นั่งเฝ้าลูกของเธอไม่ไปไหนแม้จะตากแดดเธอยังเฝ้าอยู่กลางแดดอันร้อนยามเที่ยง เธอใช้เงาของตัวเธอกับเสาไฟฟ้าเพื่อให้ร่มเงาลูกของเธอจากแสงแดด ซึ่งเธอเองก็อยากคาบลูกของเธอไปยังบริเวณซึ่งปลอดภัยแต่เธอเองไม่สามารถจะเดินคาบลูกไปได้ เพราะขาของเธอกำลังเจ็บทำได้เพียงนั่งเฝ้าลูกๆของเธออย่างใกล้ชิดหลังจากเรื่องราวได้โพสต์ลงในโลกออนไลน์ ไม่นานได้มีผู้คนมาแสดงความคิดเห็นและต้องการแม่และน้องๆทุกตัวเพื่อดูแลต่อ ผู้ใช้เฟสบุ๊ก Bong Nong Bow Narongrat ได้ติดต่อเจ้าของโพสต์ไป และขอพิกัดและบริเวณน้องอาศัยอยู่เพื่อจะนำน้องๆไปเลี้ยงดูต่อล่าสุด เธอจึงได้นำแม่สุนัขและลูกน้อยกลับบ้านเธอได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับน้องๆ...

การเปลี่ยนของชีวิตหมาจร ตั้งแต่การช่วยเหลือรักษาพักฟื้น จนหายกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

การได้ยื่นมือไปช่วยใครสักคนหรือแม้กระทั่งสัตว์ เมื่อเราได้ช่วยไปแล้วมันจะมีความรู้สึกดีซึ่งไม่สามารถบรรยายออกเป็นคำพูดได้ บางครั้งเราก็ไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทนใดๆ เพราะสิ่งพวกเราทำมันออกมาจากใจเราเต็มใจทุกครั้งเมื่อได้ช่วยเหลือ เมื่อเราได้เห็นผู้ซึ่งเขาลำบากกว่าเราได้มีชีวิตใหม่ และเราได้มองพวกเขาอยู่ห่างๆเราจะรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกซึ่งเราได้เป็นส่วนหนึ่งซึ่งทำให้พวกเขาได้เริ่มต้นใหม่ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า The man that rescues dog ได้โพสต์เรื่องราวลงบนโลกออนไลน์ เรื่องน้องหมาซึ่งเขาได้ไปช่วยเหลือมา น้องหมามีสภาพร่างกายผอมแห้งอ่อนแรง และน้องหมาเองก็ป่วยจนแทบจะรักษาไม่หาย ซึ่งเขาเองก็ได้ตั้งมูลนิธิช่วยเหลือสัตว์อยู่แล้ว เขาได้รับน้องหมาตัวเข้ามาดูแลในมูลนิธิน้องหมา ได้รับการดูแลจากสัตว์แพทย์เป็นอย่างดีมีผู้คนมากมายเข้ามาแสดงความคิดเห็นและส่งเงินค่ารักษาพยาบาลให้น้องทางมูลนิธิได้ทำการช่วยเหลือน้องหมาเป็นเวลานานแล้ว และน้องหมาก็มีอาการดีขึ้นมาเรื่อยไป จนหายเป็นปกติพวกเขาได้ตั้งชื่อให้น้องสคาฟฟี่ คงจะเป็นชื่อใหม่และชีวิตใหม่ ของน้องหมาจรอีกตัวซึ่งทางมูลนิธิได้ดูแลหลังจากน้องได้ทำการรักษาหายแล้วน้องร่าเริงมาก และเชื่องมากน้องเข้ากับคนได้ง่ายเป็นมิตรหยอกล้อเล่นกับทุกคน...

ครอบครัวหนักใจถูกแมวเจ้าถิ่นแวะมาทักทายทุกวันจนเริ่มสนิทเกิดเป็นความรักความผูกพัน

เมื่อเราได้มีโอกาสไปอาศัยซึ่งถิ่นฐานอื่นใหม่อันไม่ไช่บ้านของเราเอง มันก็เป็นธรรมดาแหละจะมีเจ้าถิ่นเข้ามาสังเกตการณ์ เราทำได้แค่ต้องให้ความเคารพและทำตัวเป็นมิตรต่อเจ้าถิ่น อย่าไปพูดมากต่อปากต่อคำเพราะเดียวจะไม่ได้มีชีวิตได้กินอาหารมื้อต่อไปก็เป็นได้ เพราะเจ้าถิ่นเองไม่ได้มาแค่ตัวเดียวมาซะหลายตัวเลยสงสัยอยากจะมาฟัดก็เราแน่ๆ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า นายแมวพเนจร ได้โพสต์ระบายลงบนโลกออนไลน์ ซึ่งเขาเองได้ย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ และเขาเองรู้สึกไม่ปลอดภัยซึ่งมีน้องแมวเจ้าถิ่นได้เข้ามารบกวนเขา บ้างก็เข้ามาเดินตรงระเบียงหน้าต่างเพื่อสังเกตการณ์ บางครั้งก็เดินเข้ามาในบ้านของเขาโดยไม่ขออนุญาต แต่อดห่วงไม่ได้เพราะเขาเองก็มีลูกสาว มีวันหนึ่งน้องแมวเจ้าถิ่นได้แอบเข้าไปนอนในห้องลูกสาวของเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต พวกเขาเองรู้สึกไม่ปลอดภัยเกี่ยวกับน้องแมวเจ้าถิ่นซึ่งได้ทำกับเขา เขาเองทำอะไรไม่ได้เพราะน้องแมวเจ้าถิ่นอาศัยมาก่อนเขา ทำได้แค่ปล่อยเลยตามเลย เวลาผ่านไปไวอย่างกับโกหกครอบครัวของเขาได้รู้สึกชินกับน้องแมวเจ้าถิ่นแล้ว น้องแมวจะเข้ามาในบ้านจะมานอนกับลูกสาวเขา แม้กระทั่งเข้ามากินข้าวเย็นด้วยกันก็เป็นเรื่องปกติไปแล้ว ก็ดีเหมือนกันเราไม่ต้องเลี้ยงแมวก็มีเแมวเข้ามาให้เราเล่นอยู่ทกวัน ตัวเขาเองรู้สึกดีใจมากเพราะเขาไม่ได้เลี้ยงแมวไว้ แต่ก็ยังมีแมวมาให้เล่นด้วยทุกวันซึ่งน้องน่ารักทุกตัวนับเป็นโชคดีจริงๆ  พวกเรารู้สึกผูกพันกับน้องแมวเจ้าถิ่นและหลงรักเข้าให้แล้ว เราต้องรู้จักให้เกียรติเจ้าถิ่นไว้เพราะเขาอยู่มาก่อน โดยเฉพาะเจ้าถิ่นเเมว...

จับได้แล้วสองสุนัขสุดป่วนแอบเอาไข่ไก่ไปกิน ดิ้นไม่ออกต้องยอมจำนนต่อหลักฐานคาหลังคาเขา

แม่ไก่ได้แจ้งต่อพนักงานสอบสวนเรื่องไข่ไก่ของเธอได้หายไปอย่างไร้สาเหตุ เธอพยายามนับไข่ของเธอทุกวันแต่ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย พนักงานได้ลงบันทึกประจำวันไว้และทำการสืบสวนเธอ ว่าไข่ของเธอหายไปได้ยังไงจนท.ตำรวจได้ส่งสายสืบไปบ้านของเธอ เพื่อทำการเก็บหลักฐานและลายนิ้วมือของผู้ขโมย สายสืบได้ทำการติดตามคดีของเธอและกำลังพยายามหาคนก่อเหตุให้ได้ จากการสอบสวนแม่ไก่เธอเองรู้สึกกลัวว่าผู้ก่อเหตุจะเข้ามาขโมยไข่ของเธออีก จากหลักฐานซึ่งตำรวจได้รวบรวมได้มีแค่ เศษไข่และรอยเท้าของผู้ก่อเหตุ ซึ่งหลักฐานมันไม่เพียงพอซึ่งจะสาวหาตัวของผู้ก่อเหตุได้ เป็นเวลานับหลายวันแล้วซึ่งยังไม่สามารถจับผู้ก่อเหตุได้ แม่ไก่เองเธอก็อยู่อย่างหวาดกลัวมาตลอด ในเมื่อตามสืบกันมานานความจริงก็ได้ปรากฏขึ้น ณเวลาซึ่งไม่ทราบอย่างแน่ชัด มีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า วันที่ฟ้ามีดาว เธอได้โพสต์เรื่องราวลงในโลกออนไลน์หลังจากแม่ไก่ของเธอได้ไปฟ้องว่าไข่ของเธอหายอย่างไร้สาเหตุ หลังจากเธอได้ทราบข่าวจาก จนท. ตำรวจซึ่งแม่ไก่ของเธอแจ้งไว้ เธอได้ไปแอบดูสุนัขคู่ใจสองตัวของเธว่าเขากำลังทำอะไรกัน เธอรู้สึกแผลกใจมากว่าทำไมสุนัขของเธอมีเปลือกไข่ติดอยู่บริเวณปาก แต่เธอเองก็ไม่ได้ติดใจอะไร วันความแตกเธอได้ออกตามหาสุนัขของเธอทั้งสองตัว และเธอก็ได้พบว่าสุนัขของเธอได้ทำการแอบกินไข่ของแม่ไก่ ในขณะแม่ไก่กำลังออกไปหากิน...

สองขาสู้ชวิตไม่คิดยอมแพ้ ตะเกียกตะกายดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด

สองขาไร้เรี่ยวแรงเดินไปข้างหน้าขอแค่เศษอาหารเพื่อประทังความหิว วันไหนมีโชคมีคนโยนให้ก็ได้กินแต่ถ้าวันโชคไม่ดีก็ต้องอดนอนหิวทั้งคืน ชะตากรรมได้กำหนดชีวิตมาแล้วหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เมื่อได้เกิดมาแล้วก็ต้องสู้ชีวิตกันต่อไปชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ในยามท้อแท้ไร้ซึ่งครอบครัวพี่น้องมองหาใครรอบข้างก็ไม่มี เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Thunyalhak Bangsinthu ได้บอกเล่าเรื่องราวลงบนโลกออนไลน์มีน้องหมาจรตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในตลาดนัด แถวตำบลนครเจดีย์ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เพราะเจ้าของโพสต์เป็นแม่ค้าขายของตลาดเธอได้เห็นน้องหมาทุกๆครั้ง เธอมาขายของปกติแล้วน้องหมาจะเดินมาขออาหารกินกับแม่และพี่ชาย เจ้าโพสต์ได้จะให้อาหารครอบครัวน้องตลอดได้เกิดความคุ้นเคยซึ่งกันและกัน น้องหมามีนิสัยดีเป็นมิตร ชอบอ้อนทุกครั้งมาเกาะแข้งเกาะขาเวลาได้เจอ และสำคัญน้องเข้ากับคนง่ายนับได้ว่าน้องเป็นสนัขสุดน่ารักสำหรับพ่อค้าแม่ค้าในตลาด เจ้าของโพสต์ไม่ได้มาขายของตลาดเป็นเวลาหลายสัปดาห์สถานการณ์โควิด เจ้าของโพสต์ได้กลับมาขายของ เธอได้สังเกตุเห็นน้องหมาซึ่งตนได้ให้อาหารมาตลอด คือน้องผอมมากเกิดจากการไม่ได้กินอาหารเพราะตลาดปิดไม่มีใครเอามาให้กิน และน่าเศร้าก็คือน้องไม่สามารถเดินมาขออาหารกินได้เป็นปกติเจ้าโพสต์ได้ไปถามคนในตลาดได้คำตอบคือแม่และพี่ชายน้องหมาถูกรถชน และตัวน้องเองต้องเดินสองขาเพราะรถชนเหมือนกัน เจ้าโพสต์รู้สึกสงสารน้องมากอยากจะนำน้องกลับไปดูแลต่อ แต่ติดคือบ้านมีสุนัขอยู่แล้วสี่ตัวไม่มีกำลังพ่อจะเลี้ยงน้อง...

เพราะโควิดจึงทำให้พรากจากกัน ได้แต่รอสักวันเจ้าของจะกลับมา

สถานะการณ์ในปัจจุบันโควิดทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแม้กระทั้งการใช้ชีวิต มันไม่ได้แค่มีผลแค่กับมนุษย์แต่กับสัตว์เองก็ได้รับผลเช่นกัน สถานะการณ์ในปัจจุบันทำให้ผู้คนเกิดความลำบากมากมากมาย เราจะได้เห็นสัตว์โดนเท เดินตามท้องถนนเยอะขึ้นกว่าเดิมมันก็เป็นเพราะความลำบากจึงต้องทำให้เขาได้เลือกจะทำ แต่สัตว์เองเขาไม่รู้เรื่องอะไรทำไมเขาต้องมารับชะตากรรม น้องมีทั้งหมดห้าตัวและพึ่งคลอดออกมาอีกห้าตัวรวมเป็นสิบตัวและอาหารของน้องๆ ใกล้หมดแล้วผมไม่ได้มาขอความช่วยเหลือด้วยเงินแต่ผมมีแมสเกาหลีมาเสนอขายเพื่อหาเงินซื้ออาหารให้น้องแมวทั้งสิบตัว เพื่อน้องแมวจะมีอาหารได้กินต่อ ไม่นานมีผู้ใจบุญมากมายได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น  และช่วยกันอุดหนุนแมสเกาหลีของเจ้าของโพสต์ เพื่อช่วยค่าอาหารน้องแมวทั้งสิบชีวิตนับเป็นเรื่องราวดีดีซึ่งนำมาบอกต่อให้ทุกคนได้รู้ ผู้โพสต์ถึงแม้ตัวเองจะลำบาก แต่ก็ยังมีจิตใจช่วยเหลือแบ่งปัน ผู้ซึ่งลำบากกว่าตัวเองนับเป็นบุญของน้องแมวทั้งสิบชีวิตซึ่งได้เพื่อนบ้านดีดี  ถึงแม้เจ้าของน้องจะไม่ได้มีเจตนาให้น้องต้องอยู่อย่างไร้คนดูแล และยังคงมีสัตว์อีกหลายตัวซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้หลายประเทศ ได้มีมูลนิธิช่วยเหลือสัตว์ซึ่งเจ้าของติดโควิด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยของเราจะมีเช่นกัน เพราะไม่ไช่แค่คนลำบากสัตว์เองเขาก็ลำบากเช่นกันขอให้มีเร็วๆนะคะ ที่มา Kan Na Kup

ใครกันทำกันได้ลงคอ จะกินข้าวกินปลาได้ยังไง แม้แต่จะหายใจก็ยังลำบาก

แท้จริงแล้วจะคนหรือสัตว์จะมีนิสัยเช่นไรครอบครัวหรือคนเลี้ยงก็มีส่วนทำให้เขาเป็น เขาเองก็จะมีนิสัยเหมือนคนเลี้ยง ถ้าคุณอยากให้เขาดีก็ต้องเลี้ยงเขาด้วยสิ่งดีดี ถ้าเขามีนิสัยเก้าร้าวก็อย่าไปโทษใครต้องโทษตัวคุณเองซึ่งเลี้ยงดูให้เขาให้มีนิสัยไม่ดี ในเมื่อมันแก้ไขไม่ได้แล้วก็จงเลี้ยงต่อไปด้วยความรักไม่ไช่จะนำเขามาเทไว้ ให้เป็นภาระของคนอื่นเพราะตัวเขาเองเป็นแค่สัตว์ ไม่ได้รับรู้อะไร เมื่อผู้ใช้ที่ใช้ชื่อว่า Kannika Tomudbamrung ได้โพสต์เรื่องราวลงในโลกออนไลน์ น้องหมาซึ่งเธอได้พบเจอเข้า สภาพน้องคือมีแลคซีนพันไว้บริเวณปาก คิดว่าเจ้าของเดิมจะเป็นคนพันไว้เพราะน้องเองน่าจะมีนิสัยไม่เป็นมิตรนัก เจ้าโพสต์เองรู้สึกสงสารอยากเข้าไปช่วยแต่ก็กลัวเพราะน้องมีท่าทางไม่ไว้ใจใครง่ายๆ เขาเองรู้สึกสงสารน้องมากเพราะน้องคงไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว ร่างกายผอมแห้งหายใจก็คงจะลำบาก เจ้าของโพสต์ได้ซื้ออาหารเม็ดและนำไปให้น้องกินด้วยความหิวมาหลายวัน น้องได้ใช้ความพยายามและใช้แรงอันน้อยนิดของตัวเอง ดันแลคซีนซึ่งมัดไว้ให้ขาดตรงปากเพื่อให้ตัวเองสามารถกินอาหารได้ แต่แลคซีนไม่ได้ขาดออกหมด เหลือไว้แค่พอเคี้ยวอาหารได้ ไม่นานเจ้าของน้องหมาได้พยายามตามหาน้องน้องเองไม่ได้โดนนำมาเท แต่ไม่รู้เหตุผลอะไรน้องถึงได้หนีออกมาและเจ้าของน้องยังไม่มารับน้องไปดูแลต่อ น้องยังคนเร่ร่อนต่อไป...

หนึ่งชีวิตน้อยๆ ต้องยืนลำพังท่ามกลางสายฝน ได้แต่ส่งเสียงร้องเรียกหาแม่หนูอยู่ไหน

หนึ่งชีวิตตัวน้อยๆช่างน่าสงสารเหลือเกินถ้าไม่มีใครไปพบ จะอยู่จะกินยังไงคนเทไม่รู้จิตใจทำด้วยอะไรน้องช่วยเหลือตัวเองยังไม่ได้ นับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้นจนไร้ซึ่งแนวทางแก้ไขภาพเคยคุ้นตา หมาแมวไปคุ้ยขยะหาเศษอาหารกินเพื่อประทังชีวิต หรือเร่ร่อนเดินอยู่ข้างถนนแล้วรถชน เมื่อไหร่การเทสัตว์จะหมดไปจากสังคมไทยมันคงเป็นแค่ฝันซึ่งไม่มีวันเกิดขึ้นจริงตราบใดยังมีมนุษย์ไร้ซึ่งจิตใจอยู่ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Narongrit riabtawee ได้โพสต์เรื่องราวลงบนโลกออนไลน์ ในขณะเจ้าของโพสต์กำลังขับรถผ่านเข้าไปถึงเส้นทางบริเวณป่าละเมาะ เจ้าของโพสต์ได้พบกับน้องแมวซึ่งกำลังยืนอยู่ข้างป่าและยืนตากฝนอยู่ คิดว่าเจ้าของคนเก่าน้องน่าจะเอาน้องมาเทไว้ข้างป่าแน่ๆน้องคงไปไหนไม่เป็น เจ้าของโพสต์จึงได้จอดรถและเดินเข้าไปดู  น้องแมวน้อยได้ส่งเสียงร้องให้โดยไม่มีอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เจ้าของโพสต์เห็นครั้งแรกแล้วรู้สึกสงสารเพราะแมวน้อยยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จะหาอาหารกินยังไงถ้าตัวเองไม่เข้าไปพบจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตน้อยๆของน้อง เจ้าของโพสต์จึงได้นำน้องขึ้นรถกลับมาด้วย สภาพน้องหนาวสั่นเปียกปอนไปหมดทั้งตัว น้องคงยังไม่รู้ความแม้กระทั่งฝนตกต้องหลบฝนยังไม่รู้เลย เจ้าของโพสต์จึงได้ถ่ายรูปคู่กับน้องและได้นำรูปโพสต์ลงเฟสบุ๊กส่วนตัว โดยใช้แคปชั่นเจอน้องอยู่กลางป่าไม่รู้ใครเอามาเทถ้าไม่เอากลับบ้านด้วยคงไม่ดีแน่นอน ตัวผอมมากผมเลยเก็บเอาน้องมาเลี้ยงช่วยกันตั้งชื่อให้หน่อยครับหลังจากโพสต์ลงไปไม่นานมีผู้คนมากมายเข้ามาแสดงความคิดเห็นและช่วยตั้งชื่อให้น้องเช่น ใบบุญ ส้มส้ม...

อย่างน้อยยังมีคนดีเหลืออยู่ แม้ตัวเองจะไม่ได้ทำ แต่ยังหยิบยื่นมือเข้ามาช่วย โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ

ทุกคนเกิดมาย่อมมีชะตากรรมไม่เหมือนกันจะเป็นคนหรือเป็นสัตว์ ต่างต้องรักชีวิตของตัวเองทุกครั้งเมื่อเราได้พบเจอสัตว์ถูกรถชนอยู่ข้างถนน เราจะรู้สึกไม่ดีเลยทุกครั้งเพราะเราช่วยอะไรไม่ได้มันคงเป็นชะตากรรมซึ่งได้กำหนดชีวิตพวกของพวกเขาเอาไว้เราคงทำได้เพียงทำบุญอุทิศส่วนกุศล กรวดน้ำสวดมนต์แผ่เมตุตาให้กับพวกเขาเราคงทำอะไม่ได้มาก หวังว่าผลบุญอันซึ่งเราทำให้ พวกเขาคงจะได้รับมัน เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Arisa Koomjaroen ได้โพสต์ลงในโลกออนไลน์เรื่องน้องหมาจรซึ่งถูกรถชน เจ้าของโพสต์ได้พบเจอเข้า ในขณะเธอได้ขับรถอยู่เธอได้เข้าไปช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลสัตว์แพทย์ได้ทำการรักษา น้องและได้บอกกับเธอว่าน้องขาหลังสองข้างหัก จนไม่สามารถกลับไปเดินได้ตามปกติ เธอรู้สึกสงสารซึ่งเธอเองไม่สามารถช่วยเหลือน้องได้ เพราะเธอเองก็ไม่มีกำลังจะจ่ายค่ารักษาให้น้องเธอได้โพสต์ขอความช่วยเหลือ มีผู้คนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมายต่างๆนาๆ และมีผู้ใจบุญเข้ามาช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลน้องและนำน้องไปเลี้ยงดูต่อ  ขอขอบคุณคุณณรงค์เดช ทิพย์รักษ์ ซึ่งได้จ่ายค่ารักษาให้น้องและนำน้องไปอุปการะต่อขอให้ท่านมีแต่ความสุขความเจริญมีน้องหมาหลายตัวซึ่งเคยโดนรถชน จะมีสักกี่ตัวซึ่งโชคดีมีคนช่วยเหลือดูแล สัตว์เขาก็รักชีวิตเขาเหมือนกันอยากฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนนได้โปรดขับรถอย่างระมัดระวัง เพราะนับวันสัตว์ถูกเทมากขึ้นเรื่อยๆตามสองข้างทาง พวกน้องอาจจะกำลังรอเจ้าของอยู่  ถ้าเราได้ทำพลาดแล้วก็ขอให้แสดงความรับผิดชอบเพราะพวกเขาเองก็มีชีวิตมีหัวใจเหมือนกันกับพวกเรา...

สุนัขโวย เบื่ออาหารเม็ดอยากกินอาหารเส้นบ้าง หลังจากได้ลองกินครั้งแรกก็เริ่มติดใจ

สุภาษิตไทยได้บอกไว้อย่าฝากปลาย่างไว้กับแมว และอย่าฝากมาม่าไว้กับลาบาดอร์เช่นกัน คงจะได้เห็นแต่ชามเปล่าไร้ซึ่งเส้นมาม่าแน่ๆ ดังเรื่องราวซึ่งจะนำเสนอต่อไป ฝากท่านผู้ปกครองน้องไว้เป็นบทเรียนละกัน ถ้าจะออกไปไหนก็อย่าปล่อยให้น้องต้องหิวหรือถ้าคุณจะออกไปไหนต้องหากับข้าวไว้ให้น้องกิน คุณคงไม่อยากกลับมาแล้วต้องมาเจียวไข่ หรือต้องมาทำอาหารกินเองสินะ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า khamheang Bantwan ได้โพสต์เรื่องราวของตัวเองลงในโลกออนไลน์ ผู้โพสต์ได้โทรสั่งผัดมาม่าเจ้าประจำแสนอร่อยไว้เพื่อจะได้กินอย่างเอร็ดอร่อย แต่ดันมีงานด่วนต้องได้ทำเธอจึงได้เอาผัดมาม่าของเธอวางไว้บนโต๊ะ และเธอจึงออกไปทำธุระพอเธอออกไปได้ไม่นาน  ลาบาดอร์ลูกรักของเธอได้จ้องมองกล่องมาม่าและน้องเองจึงรู้สึกถึงกลิ่นอันหอมหวนของมัน น้องจึงได้แกะกล่องผัดมาม่าดู พอแกะเสร็จลาบาดอร์ได้คิดว่าสิ่งตัวเองได้เห็นคืออะไร มันทำไมแปลกจากอาหารเม็ดซึ่งตัวเองได้กินทุกวัน ไม่นานผัดมาม่าแสนอร่อยก็หมดไปไม่นานก็มีเสียงเปิดประตูดังขึ้น ลาบาดอร์ตกใจทำอะไรไม่ถูกทำได้เพียงทำตัวให้เป็นปกติ แม่น้องเดินเข้ามาพร้อมความตกใจ เธอได้จ้องมองมาม่าของตัวเอง และกล่องเปล่าซึ่งไร้แม่กระทั่งเศษผัก เธอชำเลืองไปเห็นลูกรักของตัวซึ่งกำลังทำหน้าตาน่าสงสารอยู่...

สนัขคู่แม่ลูกยังเฝ้าคอย เจ้าของซึ่งนำตัวเองมาปล่อย และยังคงรออยู่ตรงเดิมหวังว่าพวกเขาแค่ลืมพวกเราไว้

ได้แต่เฝ้ามองรถผ่านไปผ่านมากี่คันแล้วกี่คันเล่าก็ไม่มีวี่แววแม้แต่เงา อากาศอันหนาวเหน็บยามค่ำคืนก็ยังเฝ้าคอยรออยู่แห่งหนเดิมไม่เคยคิดจะไปไหน และไม่เคยคิดจะท้อแท้จะรอเจ้าของกลับมารับตัวเองกับลูก แม้จะรออย่างไร้ความหวัง ได้แค่ปลอบลูกน้อยของตัวเองอย่าร้องพวกเขาไม่ได้เทเราแค่พวกเขาลืมพวกเราไว้ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Sao kusuma ได้โพสต์เรื่องราวลงเฟสบุ๊กเกี่ยวกับ สนัขแม่ลูกสองชีวิตซึ่งโดนเทไว้อยู่ข้างถนนเป็นเวลาหลายวัน ทุกๆวันมีผู้คนสัญจรไปมาก็ได้พบเจอสนัขแม่ลูกยืนมองรถผ่านไปผ่านมาอยู่อย่างเดิมเป็นเวลาหลายวัน เจ้าของโพสต์รู้สึกสงสาร จึงได้นำอาหารมาให้น้องกินทุกๆวัน พอน้องหมากินอิ่มท้องแล้วสองแม่ลูกก็จะไปรอเจ้าของเดิมอยู่แห่งเดิมอีกไม่ไปไหนพวกเขาทำแบบเดิมอยู่ทุกๆวัน เจ้าของโพสต์เกรงว่า น้องหมาจะถูกรถชนและเธอเองก็ไม่สามารถจะนำน้องหมากลับไปเลี้ยงดูต่อได้ จึงได้แค่โพสต์ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อให้น้องได้มีบ้านหลังใหม่มีผู้คนมากมายเข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ของเธอ บ้างก็อยากนำน้องไปเลี้ยงต่อแต่ติดเรื่องระยะทาง  บ้างก็ช่วยเหลือด้วยการเรื่องค่าอาหารให้ แต่ยังไม่มีหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือเสองแม่ลูกเลยพวกเขาก็ยังเดินวนอยู่ถนนแห่งเดิมทุกๆวัน แต่ลูกสนัขมีความซุกซนมากชอบวิ่งเล่น เกรงว่าสักวันคงไม่รอดแน่ๆ เจ้าของโพสต์จึงหาวิธีจับลูกของนางแต่ก็ยังจับไม่ได้ เพราะน้องหวาดกลัวมากใครอยู่ใกล้ๆ ฝากช่วยเอาบุญน้องหมาแม่ลูกทีคะเพราะทำอะไรไม่ได้จริงๆ...

หมดรักแล้วก็นำมาเทไว้ข้างถนน ยังคงเดินต่อไป หวังว่าสักวันจะเจอทางกลับบ้าน

พออยากเลี้ยงก็แค่ควักเงินออกมาสักหมื่นและซื้อมา เชยชมในความน่ารักพอเบื่อน้องแล้วก็แค่นำน้องมาเทไว ไร้ซึ่งความเมตตาปราณี น้องทำอะไรผิดถึงต้องมาเทน้อง กี่ตัวแล้วกี่ตัวเล่าถูกนำมาเทไว้เมื่อไหร่นิสัยการเทสุนัขจะหมดไปจากสังคมไทย มันไม่ยุติธรรมกับพวกเขาจริงๆ ซึ่งต้องมายอมรับโชคชะตาซึ่งพวกเขาไม่รับรู้อะไร เมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Somjate krataythong ได้โพสต์เรื่องลงในโลกออนไลน์ เรื่องของตัวเองซึ่งได้เก็บสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้มาเลี้ยง ซึ่งเจ้าของเก่านำมาเทไว้ข้างทางขณะเจ้าของโพสต์ขับรถอยู่ได้พบเจอน้องเขาข้างทาง น้องกำลังเดินไปเรื่อยๆไม่มีจุดหมาย น้องคงอยากหาทางกลับบ้าน เจ้าของโพสต์ได้จอดรถและนำน้องขึ้นมาบนรถ เจ้าของโพสต์ตามหาเจ้าของคนเดิมของน้องและรู้สึกแผลกใจมากซึ่งใครกันทำไมกล้านำไซบีเรียนมาเทกันได้ลงคอ ไม่นานเจ้าของสุนัขก็ได้ติดต่อกลับมา โดยคุณป้าไม่สามารถจะเลี้ยงน้องต่อไปได้เลยนำมาเทไว้ข้างทาง เจ้าของโพสต์รู้สึกสงสารและอยากนำมาเลี้ยงต่อ คุณป้าเลยยกน้องให้ แต่เจ้าของโพสต์ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงสุนัขพันธุ์เลย และได้โพสต์ถามเพื่อนๆในโลกออนไลน์มีผู้คนมากมายเข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความบันเทิงนะคะ เพราะน้องพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ดื้อสุดๆ หวังว่าเจ้าของโพสต์จะดูแลน้องเป็นอย่างดีและน้องก็อย่าดื้อเป็นเด็กดีของเจ้าของใหม่...