สาวเคยพูดกับแมวว่า “กลับมาเกิดใหม่มาเป็นลูกแม่อีกครั้งนะลูก” ผ่านไปไม่นานมันกลับทำตามสัญญาที่ให้ไว้

0
9347

เพื่อนๆหลายๆคนคงจะเคยได้ยินเรื่องราวของการกลับชาติมาเกิดและการระลึกชาติมาบ้างแล้ว แม้ว่าเหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นนั้นจะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหาข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้ แต่หลายคนก็ยังคงเชื่อว่ามันมีอยู่จริงๆ ดังเช่นสาวไต้หวันผู้ใช้ชื่อว่า “ควีนน่า Queena Hsiao”

ที่ได้ออกมาเผยเล่าเรื่องราวสุดทึ่งของการกลับชาติมาเกิดที่ทำเอาเธอแทบคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ควีนน่านั้นได้เลี้ยงแมวเอาไว้ตัวหนึ่งมีชื่อว่า “บีบี” ซึ่งมันเป็นทั้งเพื่อนและครอบครัวเคียงข้างเธอมาโดยตลอด 10 ปี จนกระทั่งเมื่อปี 2017 เจ้าบีบีมีสุขภาพที่ไม่ค่อยจะแข็งแรงนักอีกทั้งเริ่มแก่ลงเรื่อยๆ

จนในที่สุดควีนน่าก็รับรู้ได้ว่าอีกไม่นานนักเจ้าบีบีก็จะต้องจากเธอไปแบบตลอดกาล ซึ่งในตอนนั้นเองควีนน่าก็เศร้าและเสียใจเป็นอย่างมาก แต่เธอก็เข้าไปพูดกับเจ้าบีบีก่อนที่มันจะจากเธอไปว่า “ถ้าเธอรู้สึกผูกพันกับฉัน กับบ้านหลังนี้ก็ขอให้กลับมาเกิดเป็นลูกฉันนะ…” ด้วยความอาลัย

แต่เธอเองก็ไม่ได้คาดคิดว่าเจ้าบีบีจะได้ยินคำพูดของเธอเข้า ซึ่งย้อนกลับไปเรื่องราวทั้งหมดนั้นเริ่มต้นขึ้น เมื่อควีนน่าเจอกับเจ้าบีบีเป็นครั้งแรกในตอนที่มันนั้นยังเป็นแมวจรจัดในตลาด เธอเห็นมันกำลังถูกพ่อค้าไล่จึงตัดสินใจที่จะเข้าไปช่วยเหลือและพามันกลับไปยังบ้านของเธอเอง

แต่หลังจากนั้นมากพวกเขาก็ตัวติดกันมากและเจ้าเหมียวบีบีก็คอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอๆทั้งในยามที่เธอนั้นเศร้าใจหรือตอนที่เธอท้องลูกคนแรก มันคือเพื่อนรักและครอบครัวของเธอคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ควีนน่ารักบีบีมากๆเธอถึงกับเคยคุยเล่นกับบีบีไว้ว่าถ้าบีบีจะกลับมาเกิดเพื่ออยู่กับเธออีก

 

ให้ทำสัญญลักษณ์หรือ “ปานสีแดง” ไว้บนร่างกายใหม่ของมันเพื่อที่จะให้เธอนั้นจำได้ แต่สักพักเธอก็คิดว่าปานสีแดงอาจจะดูน่ากลัวเกินไปเลยพูดกับเจ้าเหมียวอีกครั้งว่า “ถ้ามีปานสีแดงที่ก้นหรือจุดที่สังเกตไม่เห็นง่ายๆก็ดีแบบนั้นฉันจะได้จำเธอได้”

ซึ่งหลังจากที่เจ้าเหมียวบีบีได้จากไป ควีนน่าก็ร้องไห้อยู่ตลอดทั้งเดือน เธอรับไม่ได้ที่เจ้าเหมียวจะจากไปจริงๆ ในตอนนั้นเองลูกชายวัย 4 ขวบของเธอก็เดินเข้ามาบอกว่า “คุณแม่ไม่ต้องเสียใจไปเดี๋ยวเจ้าบีบีก็จะกลับมาเกิดเป็นลูกของคุณแม่แล้ว!!”

โดยควีนน่าก็ยอมรับว่าเธอเองก็ยังหวังให้เป็นแบบนั้น เธอถามลูกชายตัวน้อยกลับว่ารู้ได้อย่างไร ซึ่งลูกชายก็ตอบแค่ประโยคเดียวว่า “ก็บีบีรักคุณแม่ยังไงล่ะ” แล้วก็เดินหนีไปซึ่งในวันต่อมาควีนน่าผู้ไม่เคยชอบกินปลาเลยกลับถามหาแต่ปลาเพื่อที่จะเอามากินตลอดเวลา

ซึ่งในที่สุดเธอก็ตัดสินใจไปพบแพทย์และเธอก็พบว่าเธอนั้นกำลังตั้งครรภ์ได้ 8 สัปดาห์แล้ว และไม่นานนักลูกสาวคนที่สองของเธอโดยมีชื่อว่า “หลานเป่า” ก็ได้ลืมตาขึ้นมาดูโลกแต่ควีนน่าก็ไม่พบหรือเห็น “ปานสีแดง” ที่เคยพูดไว้กับเจ้าเหมียวบีบีเลยถึงจะรู้สึกผิดหวังไปบ้าง

แต่เธอก็รับและรูกสึกผูกพันกับลูกสาวตัวน้อยคนนี้อย่างที่สุดของหัวใจ และเมื่อหลานเป่านั้นอายุได้ 24 วันควีนน่าก็ได้พาเธอไปโกนขนตามธรรมเนียมดั้งเดิมของครอบครัวเธอ แต่จู่ๆช่างตัดผมก็ร้องขึ้นมาอย่างตกใจและพูดว่า “โอโห้!! ถ้ามันอยู่บนร่างกายหรือใบหน้าคงดูไม่ดีมากๆแน่ๆ”

คำๆนั้นทำเอาควีนน่ารีบวิ่งไปดูและทำเอาเธอถึงกับต้องหลั่งน้ำตาออกมาเมื่อเธอนั้นได้เห็นว่า บนหัวของลูกสาวตัวน้อยมี “ปานสีแดง” อย่างที่เธอเคยพูดเอาไว้กับเจ้าบีบีๆจริงๆโดยควีนน่าเชื่ออย่างสุดหัวใจว่า หลานเป่านั้นคือเจ้า   เหมียวบีบีกลับชาติมาเกิด

เพราะลูกสาวตัวน้อยคนนี้ก็ดูจะเข้ากันได้ดีกับแมวที่บ้านมากๆ และแมวตัวอื่นๆก็ไม่ได้ตกใจเลยเมื่อเขาเข้ามาใกล้ๆเหมือนลูกชายคนแรก นอกจากนี้หลานเป่ายังดูคุ้นเคยกับบ้านของแม่ควีนน่าเอามากๆ ซึ่งควีนน่าได้บอกเองเลยว่า เจ้าบีบีเองก็เคยถูกพาตัวมาอยู่บ้างหลังนี้บ่อยๆ

และในบางครั้งควีนน่าเองก็แอบคิดว่าทั้งเจ้าเหมียวบีบีและลูกสาวตัวน้อยของเธอนั้นช่างเหมือนกันจริงๆเสียเหลือเกิน โดยควีนน่าได้เปิดใจเกี่ยวกับเรื่องราวของเธอไว้ว่า เธอรู้สึกขอบคุณและตื้นตันใจมากๆที่เจ้าเหมียวบีบีทำตามคำสัญญาและกลับมาอยู่เคียงข้างเธอเหมือนวันเก่าๆเพื่อให้เธอได้รักมันต่อไป

และเมื่อเรื่องราวดังกล่าวนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ก็ได้มีชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาแสดงความประทับใจเป็นจำนวนมาก และแม้ว่าหลายๆคนจะไม่เชื่อ แต่หากความเชื่อนี้ทำให้ควีนน่าและครอบครัวของเธอเองมีความสุขมันก็คงจะเป็นเรื่องราวที่ดีและสร้างความสุขให้แก่ครอบครัวนี้ได้เป็นอย่างมาก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Queena Hsiao  petpetbase และ honghongworld