ตูบเซเลบสุดงอน เมื่อโรงเรียนสั่งห้ามให้อาหาร หลังทุกคนตามใจจนอ้วนตุ๊ต๊ะเป็นถังแก๊ส

0
521

ใครๆที่ผ่านไปทำธุระแถวๆโรงเรียนประถมศึกษาเหวินฮวา ในย่านตันสุ่ยของนครชินเป่ย์หรือนิวไทเป ของไต้หวันก็มักจะพบเห็นสุนัขตัวหนึ่งอยู่แถวๆนั้น บางครั้งมันก็มักจะออกมานอนหงายท้องเพื่อที่จะอาบแดดรับวิตามินให้กับผิว บางครั้งก็กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ใกล้ๆรั้วหรือคอยเดินทักทายคนที่เดินผ่านไปผ่านมาในระแวกนั้น

โดยเจ้าตูบตัวอ้วนตัวนี้เป็นสุนัขที่เติบโตขึ้นมาในโรงเรียน จนมันกลายเป็นบุคลากรประจำที่นี่ไปเสียแล้ว ชาวบ้านและผู้ปกครองต่างก็รู้จักมันเป็นอย่างดี ลักษณะเด้นของเจ้าตูบตัวนี้ก็คือความอ้วนของมันนั่นเอง มันอ้วนมากเสียจนแทบจะกลิ้งแทนการเดินและความอ้วนอืดของมันนี่เองที่เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้

เพราะความอ้วนอืดของมันนี้เองที่ทำให้ทางโรงเรียนต้องออกกฏใหม่สุดเคร่งครัดเพื่อสุขภาพของตัวมัน โดยเรื่องราวสุดน่ารักชวนยิ้มนี้ ถูกนำมารายงานโดยเว็บไซต์เดลี่เมล เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2561 โดยย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้วเด็กนักเรียนที่นี่พบเห็นลูกสุนัขตัวหนึ่ง มันผอมแห้งและหิวโซน่าสงสาร

พวกเขาจึงได้ช่วยเหลือมันเอาไว้ เด็กๆและครูได้ช่วยกันดูแลมันพร้อมกับตั้งชื่อให้มันว่า “ถุงเท้าน้อย” เนื่องจาก 4 ขาของมันเป็นสีขาวเหมือนกับสวนถุงเท้า เจ้าถุงเท้าน้อยก็เติบโตขึ้นมาในโรงเรียนท่ามกลางความรักของเด็กๆ และครูบาอาจารย์จากตูบน้อยผอมแห้งน่าเวทนาก็เริ่มกลายเป็นเจ้าตูบตัวใหญ่ที่แข็งแรงสมบรูณ์

โดยปกติแล้วสุนัขที่อาศัยอยู่ในสถานศึกษาต่างๆก็มีจะไม่ได้มีบทบาทสำคัญเท่าไหร่นัก แต่สำหรับถุงเท้าน้อยแล้วบอกเลยว่าตรงกันข้ามสถานะของมันถูกยกระดับให้เป็นมาสคอตประจำโรงเรียนเลยทีเดียว มันเป็นซุปตาร์เป็นหมาเซเลบและกลายเป็นดาวเด่นของกิจกรรมต่างๆป้ายต่างๆในโรงเรียนก็มีรูปถุงเท้าน้อยเวอร์ชั่นการ์ตูนติดไว้คู่กับรูปภาพของเด็กชายเด็กหญิง

คอยทักทายและสร้างรอยยิ้มให้กับทุกๆคน แม้แต่ภาพโปรไฟล์บนเฟสบุ๊คของโรงเรียน ก็ยังมีรูปการ์ตูนของเจ้าถุงเท้าน้อยแจมอยู่อีกด้วย แต่ความอยู่ดีกินดีของถุงเท้าน้อยก็ได้สร้างปัญหาให้กับถุงเท้าน้อย เพราะมันอ้วนมากน้ำหนักตัวในปัจจุบันของมันก็คือ 50 กิโลกรัม

อ้วนมากจนเหมือนกับลูกขนุนและถังแก๊สเดินได้เลยทีเดียว โดยสาเหตุหลักๆที่มันอ้วนก็เป้นเพราะว่าเด็กๆนักเรียนชอบซื้อขนม ลูกชิ้นและของกินต่างๆให้กับมันครูก็ให้มันกิน เจ้าหน้าที่โรงอาหารก็ดูแลมันเป็นอย่างดีจนเรียกได้ว่าขุนกันทั้งวันตลอดเวลา จากหมากลายเป็นหมูและถุงเท้าน้อยก็เลิกวิ่งเล่นแล้วนอนรอกินอย่างเดียว

ทางโรงเรียนเป็นกังวลในสุขภาพของถุงเท้าน้อยเป็นอย่างมาก เพราะความอ้วนของมันอยู่ในระดับเข้าขั้นวิกฤตมากๆแล้ว คณะครูจึงออกกฏใหม่ขึ้นมาเพื่อมันโดยห้ามให้นักเรียนซื้ออาหารให้มันกินเป็นอันขาดไม่ว่ามันจะส่งสายตาอ้อนวอนแค่ไหนก็ตาม เพื่อให้ถุงเท้าน้อยนั้นได้อยู่กับทุกคนไปนานๆ

นอกจากนี้แล้วทางโรงเรียนก็ได้ออกนโยบาย “ช่วยลดพุงให้กับถุงเท้าน้อย” นั่นก็คือการกระตุ้นให้เด็กๆครูและเจ้าหน้าที่พยายามที่จะเล่นกับมันบ่อยๆและพามันไปเดินเล่น พาไปวิ่งหรือทำกิจกรรมขยับร่างกายให้เสียเหงื่อเพื่อลดไขมันและเสริมสร้างสุขภาพที่แข็งแรง

“ใครๆก็รักถุงเท้าน้อยมันเป็นสุนัขที่นิสัยดีและเรียบร้อยมาก ทุกๆวันมันจะคอยยืนเป็นยามเฝ้าประตูหน้าโรงเรียนทั้งในตอนเช้า ตอนที่นักเรียนเข้าโรงเรียนและตอนเย็นขณะที่นักเรียนกลับบ้าน คล้ายกับว่ามันต้องการต้อนรับและอยากบ๊ายบายเด็กๆ ฉันอยากเห้นมันกลับมาเป็นสุนัขที่แข็งแรงอีกครั้ง” หลิว ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้ๆกับโรงเรียนได้กล่าว

โรคอ้วนในสุนัขนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดและมักจะเกิดขึ้นกับสุนัขในวัยเดียวกับถุงเท้าน้อย และแน่นอนว่าการมีน้ำหนักตัวมากไม่ใช่เรื่องดีและอาจจะก่อนให้เกิดปัญหาเลวร้ายตามมาได้ทั้งเรื่องกระดูกข้อเบาหวาน ไปจนถึงโรคหัวใจดังนั้นทางโรงเรียนจึงจำเป็นต้องให้ทุกคนปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัดและเชื่อว่าถ้าทุกคนใส่ใจถุงเท้าน้อยจะต้องผอมเพรียวได้แน่นอน

ทั้งนี้ก็อยากจะฝากไปถึงเพื่อนๆที่ได้เลี้ยงสุนัขเอาไว้ด้วยว่าหากเลี้ยงสุนัขของตนก็อย่าให้อาหารจนตามใจพวกเขา เพราะหากเกิดโรคอ้วนขึ้นมาแล้วโรคต่างๆก็จะตามมาได้และพวกเขาก็จะไม่สามารถอยู่กับพวกเราได้นาน ยิ่งหากเป็นอาหารคนที่ปรุงมีรสชาติเค็มแล้วยิ่งแล้วใหญ่ เพื่อสุนัขที่คุณรักจะได้อยู่กับเราไปนานๆ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก kapook 新北市淡水區文化國民小學