สุดหลอน!! รวมความอาถรรพ์ ที่เกี่ยวกับหนัง 8 เรื่อง ที่เกิดขึ้นจริงในกองถ่าย ของไทยก็เฮี้ยนติดอันดับ!!

0
22044

เปิดเรื่องราวความลึกลับสุดหลอนของหนัง 8 เรื่อง ที่เกิดอาถรรพ์ขึ้นจริงในกองถ่าย คงเป็นกันทุกคนเวลาดูหนังผีมันก็จะหลอนๆหน่อยอ่ะนะ แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือคนที่ถ่ายทำหนังเองก็เจอประสบการณ์ตรงจากการถ่ายทำหนังแต่ละเรื่อง บางคนถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็มี จะมีเรื่องอะไรกันมั้งไปชมกันเลย ยาวหน่อยแต่อ่านเถอะหลอนสุด

1# The Conjuring

หนังบ้านผีสิงที่สร้างจากเรื่องจริงจนทำให้ใครหลายคนผวาฉากซ่อนแอบตบมือมาแล้ว รู้ไหมว่าแม้เรื่องราวจะผ่านไปเนิ่นนานจนได้ทำเป็นหนังแต่ความอาถรรพ์ยังคงอยู่ อาถรรพ์ที่ว่านี้ก็ยังวนเวียนกับครอบครัวเพอร์รอน เจ้าของเรื่องเล่าสยองนี้ละ โดยในวันที่พวกเขาไปเยี่ยมเยือนกองถ่านละคร The Conjuring แลำกำลังจะให้สัมภาษณ์สั้นๆ กันนั้นปรากฏว่ามี ลมพายุลึกลับ พัดแรงมากจนฉากและกล้องแทบปลิว เหล่าสตาฟต้องคว้าข้าวของกันวุ่นไปหมด แต่เมื่อสังเกตุดีๆ กลับพบว่าต้นไม้บริเวณนั้นแทบไม่กระดิกเลย ไม่นานหลังจากนั้นครอบครัว เพอร์รอนก็ได้รับแจ้งว่า คุณแม่ของเขา แคโลลีน เพอร์รอน ตัวจริงเสียงจริง ประสบอุบัติเหตุในบ้านจนต้องเข้าโรงพยาบาล และต่อมาไม่กี่วันทีมงานทั้งกองถ่ายก็ต้องย้ายที่พักกันเนื่องจาก โรงแรมถูกไฟไหมบังเอิญอะไรเบอร์นั้น

ไม่เท่านั้น เพราะผู้กำกับ เจมส์ วาน ยังพบเหตุการแปลกๆ ระหว่างทำงานกลางดึกด้วย นั่นคือ สุนัขของเขามักเห่าใส่มุมห้องโล่งๆ ที่ดูแล้วไม่มีอะไร และนักแสดงที่รับบท ลอร์เรน วอรเรน ยังให้สัมภาษณ์ว่า ทุกครั้งที่อ่านสคริปต์ เธอจะรู้สึกขนลุกจนไม่กล้าอ่านตอนกลางคืน ความพีคคือวันหนึ่งเธอเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา และพบว่ามีรอยเล็บข่วนบนหน้าจอเป็นทางยาว

2#The Possession

อีกหนึ่งภาพยนตร์สยองขวัญที่สร้างจากเรื่องจริง เกี่ยวกับกล่องปริศนาที่ขังปีศาจร้าย ดิ๊บบัค ไว้ เพื่อรอวันเข้าสิงและกัดกินวิญญาณของผู้ครอบครอง เรื่องนี้บอกเลยว่าเบื้องหลังเขาก็ชวนสยองไม่แพ้เบื้องหน้า แม้ทีมงานจะหลีกเลี่ยงการนำกล่องดิ๊บบัคของจริงมาเข้าฉาก และพยายามอยู่ให้ห่างกล่องนั้นมากที่สุดแล้ว ก็ยังมีเหตุประหลาดเกิดขึ้นอยู่ดี ไม่ว่าจะเหตุการณ์ หลอดไฟในกองถ่ายระเบิด ต่อหน้าต่อตาผู้กำกับโอเล่ บอร์เนดิล ทั้งที่ไม่มีใครเปิดไฟด้วยซ้ำ ไม่เท่านั้น หลังจากปิดกล้องเพียง 5 วัน โกดังเก็บอุปกรณ์ประกอบฉากก็ไฟไหม้ จนไม่มีอะไรเหลือ แถมยังไม่มีใครทราบสาเหตุด้วย มันน่าคิดไหมล่ะ

3#Poltergeist

หนังบ้านผีสิงในตำนาน ที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “ผีหลอกวิญญาณหลอน” ก่อนจะถูกนำมารีเมคเมื่อปีที่แล้วนี่เอง น้องๆ รู้ไหมว่าสร้างจากเหตุการณ์จริงด้วยนะ! ดังนั้นเรื่องความอาถรรพ์นี่หายห่วงได้ แถมยังจะเฮี้ยนขึ้นไปอีกเมื่อทีมงานอุตริใช้ โครงกระดูกจริง เข้าฉาก ทำให้หลายคนเชื่อว่า นี่แหละที่ทำให้ความอาถรรพ์ยิ่งคูณสองเข้าไปอีก

ความอาถรรพ์ที่ว่านี้ก็เกิดกับเหล่านักแสดงในหนังเวอร์ชั่นแรกนี่แหละค่ะ เริ่มมาตั้งแต่หนึ่งในดารานำถูกแฟน บีบคอตาย หลังหนังออกฉายได้แค่อาทิตย์เดียว ตามด้วยอีกสองดารานำที่คนหนึ่ง สียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง และอีกคนหนึ่ง เสียชีวิตระหว่างการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ก่อนหนังภาค 2 จะเข้าฉายแค่ไม่นาน

ตอนนั้นนักแสดงไม่รู้เลยว่าโครงกระดูกในฉากเป็นโครงกระดูกจริงๆ พี่กวางล่ะเสียวแทน ไม่เท่านั้น! เพราะดาราเด็กที่รับบทเด่นในหนังเรื่องนี้ยังต้อง เสียชีวิตด้วยวัยเพียงแค่ 12 ปี ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด เพียงไม่นานก่อนที่หนังภาคสุดท้ายจะออกฉายเท่านั้น

นอกจากดารานำแล้ว เหล่านักแสดงสมทบก็ยังประสบเหตุร้ายไม่ต่างกัน มีทั้งคนที่ประสบเหตุเครื่องบินตก รวมถึงผู้เขียนบทหนังที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าระหว่างที่เขากำลังเขียนฉากฟ้าผ่านั้น ก็มี ฟ้าผ่า ลงบนตึกที่เขาอยู่จริงๆ ทำให้เกมในห้องเขาทั้งหมดเปิดเองด้วย สยองมาก

4#The Omen

แม้จะไม่ได้สร้างจากเรื่องจริง แต่การสร้างหนังที่เกี่ยวกับซาตานนั้นก็ทำให้ผู้จัดฮอลลีวูดเข้าใจเลยว่าเป็นอะไรที่สุ่มเสี่ยงจริงๆ ดูได้จากเหตุการณ์เหล่านี้ที่เกิดขึ้นกับกองถ่าย The Omen เริ่มจาก ลูกชายของ เกรกอรี่ เพ็ก นักแสดงนำของเรื่อง ฆ่าตัวตาย เพียงสองเดือนก่อนเปิดกล้อง…เป็นเหมือนกระดิ่งเตือนฝันร้ายในกองถ่าย

เพราะเมื่อเปิดกล้อง กองถ่ายก็ต้องประสบกับเหตุ ฟ้าผ่าเครื่องบินนักเขียนบท ฟ้าผ่าเครื่องบินที่โปรดิวเซอร์นั่ง และ ฟ้าผ่าเครื่องบินที่เพ็กนั่ง อะไรมันจะซวยกันได้ยกกองขนาดนั้น แต่ยังนับว่าโชคดีมากที่เหตุการณ์ไม่ได้รุนแรงจนมีใครถึงแก่ชีวิตแต่อย่างใด
ตามมาด้วย เหตุวางระเบิดโรงแรมที่โปรดิวเซอร์พักอยู่ โดยฝีมือผู้ก่อการร้ายไอริช ซึ่งห้องอาหารของโรงแรมนี้เป็นสถานที่นัดหมายระหว่างผู้กำกับ ทีมงาน และนักแสดงด้วย! โชคดีมากเลยค่ะที่ไม่มีใครเป็นอะไร แต่เหตุร้ายก็ยังไม่จบ

เพราะเครื่องบินที่ทีมงานจองไว้ใช้ในฉากแต่ยกเลิกไป ทำให้กลับไปรับ-ส่งผู้โดยสารตามปกตินั้น เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตก ทำให้ผู้โดยสารเสียชีวิตยกลำ เกือบไปแล้วไหมล่ะ!

ดูเหมือนจะมีแต่เหตุเฉียดตายทั้งนั้นใช่มั้ยคะ แต่ต่อมาก็มีการเสียชีวิตจริงๆ เกิดขึ้นจนได้ เมื่อผู้ดูแลสัตว์ที่จะเข้าฉากในหนัง ถูก เสือฆ่าตาย หลังเพิ่งถ่ายทำเสร็จแค่วันเดียว

ไม่เท่านั้น ทีมงานด้านเทคนิคพิเศษของกองถ่ายยังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ซึ่งคร่าชีวิตผู้ช่วยของเขาแบบสยดสยองสุดๆ แต่สิ่งที่ทำให้เขาช็อกยิ่งกว่าการตายของผู้ช่วยก็คือเมื่อคลานออกมาจากรถแล้วพบป้ายที่เขียนว่า Ommen 66.6 km และวันที่เกิดเหตุยังเป็น วันศุกร์ที่ 13 ด้วย

5#The Exorcist

ถ้าน้องๆ คิดว่าทีมงาน The Omen ซวยแล้ว พี่กวางบอกเลยว่าทีมงาน The Exorcist นี่ซวยกว่าประมาณ 10 เท่าได้ค่ะ คิดดูว่าเหตุร้ายที่เกิดกับกองนี้มีเยอะมากจนรายการ E! ของอเมริกาเคยทำเทปพิเศษเกี่ยวกับเหตุแปลกๆ ระหว่างถ่ายทำหนังเรื่องนี้ ที่มีความยาวถึง 2 ชั่วโมง มาแล้ว! เนื่องจากมีเหตุแปลกๆ เกิดขึ้น ทุกวัน ตั้งแต่เหตุเล็กๆ อย่าง ข้าวของที่มักร่วงหล่นเอง ในเวลากลางคืน ไปจนถึงเหตุใหญ่ขึ้น เช่น ฉากและอุปกรณ์ในการถ่ายทำมัก ถูกไฟไหม้โดยไม่ทราบสาเหตุ รวมถึง อุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นกับนักแสดงจนบาดเจ็บสาหัส และ การเสียชีวิต ของทีมงานที่มีมากถึง 9 คนอีกด้วย!

แน่นอนว่าความแปลกประหลาดเหล่านี้ทำให้ผู้กำกับต้องเชิญนักบวชมาเยี่ยมเยียนกองถ่าย แต่ไม่ได้ทำให้พวกเขาอุ่นใจขึ้นเลยเมื่อนักบวชผู้นั้นกล่าวว่า เขารู้สึกได้ถึงพลังด้านมืดในกองถ่ายนี้ และสัมผัสกลิ่นของปีศาจในตัวหนังที่ถ่ายทำอยู่ได้

ความพีคอยู่ที่วันฉายรอบปฐมฤกษ์นี่แหละค่ะ เพราะฝั่งตรงข้ามโรงหนังที่ฉายมีโบสถ์เก่าแก่ตั้งตระหง่านอยู่ และวันนั้นก็ฝนตกหนักมากๆ กระทั่งได้เวลาเริ่มฉาย ก็มีเสียงฟ้าผ่าดังลั่นจากด้านนอก ก่อนจะออกมาพบว่าไม้กางเขนเก่าแก่ขนาดใหญ่ อายุกว่า 400 ปี ถูกฟ้าผ่าจนล้มลงบนพื้นถนนหน้าโรงหนังที่ฉายเรื่อง The Exorcist รอบปฐมฤกษ์ นี้เอง

ไม่เท่านั้น ผู้ชมหนังเรื่องนี้หลายคนยังมีอาการอาเจียน หัวใจวาย ไปจนถึงแท้งบุตร หลายคนรู้สึกทนไม่ไหวจนต้องเดินออกจากโรงก่อนหนังจบ และบางโรงหนังประสบปัญหาไฟดับด้วย

6#Batman (Joker)

บทบาทของ “โจ๊กเกอร์” ฆาตกรมาดตัวตลกโรคจิตที่คนโรคจิตยังต้องหวาดกลัวจากหนังแบทแมนที่น้องๆ หลายคนชื่นชอบ รู้ไหมว่าเบื้องหลังนั้น เหล่านักแสดงที่เล่นบทนี้ล้วนต้องพบเจออะไรมากมายระหว่างทาง เพื่อให้เข้าถึงความจิตวิปสาศขั้นสุดของตัวละครนี้

โจ๊กเกอร์ถูกถ่ายทอดขึ้นจอทีวีครั้งแรกในปี 1966 โดย ซีซ่าร์ โรเมโร ไอดอลหนุ่มขวัญใจสาวๆ ยุคนั้น ที่ใครๆ ก็วิจารณ์ว่าไม่ได้เข้ากับบทเล้ย แถมเจ้าตัวก็ยอมรับว่าไม่เคยเข้าใจจิตใจของโจ๊กเกอร์ด้วย ซ้ำยังรู้สึกสับสนมึนงงทุกครั้งหลังผู้กำกับสั่งคัท และมักมีปัญหาปวดหัวบ่อยๆ ระหว่างเล่นบทนี้ ซึ่งว่ากันว่าเป็นอาการของคนที่กำลังต่อสู้กับการถูกโจ๊กเกอร์ยึดครองจิตใจ

ต่อมาในปี 1989 แบทแมนถูกปัดฝุ่นอีกครั้งโดยผู้กำกับอัจฉริยะ ทิม เบอร์ตัน ที่เลือก แจ็ค นิโคลสัน มารับบทโจ๊กเกอร์ ทิมสนับสนุนให้แจ็คพรีเซนต์ความเป็นโจ๊กเกอร์ได้เต็มที่ ทำให้ช่วงแรกๆ แจ็คแฮปปี้มากกับการเล่นบทฆาตกรจิตวิปลาศนี้ แต่แล้วเขาก็พบว่าตัวเองเริ่มผิดปกติ ทั้งนอนไม่หลับ กระส่ายกระสับ รวมถึงความเครียดที่ฝังเข้าไปในจิตใจ จนต้องพึ่งยานอนหลับอันตราย ที่ออกฤทธิ์ร้ายแรงมากขนาดที่ทำให้เขาละเมอขับรถอย่างไม่รู้ตัวจนเกือบตกหน้าผา แต่โชคดีที่มีเสียงโทรศัพท์ดังปลุกเขาก่อน

มาร์ค ฮามิล ที่หลายคนรู้จักจากบทบาท ลุค สกายวอล์คเกอร์ ใน Star Wars ภาคดั้งเดิม รู้ไหมว่าเขานี่แหละคือคนพากย์เสียงโจ๊กเกอร์ฉบับอะนิเมชั่นเป็นเวลากว่า 20 ปีเลยทีเดียว ถึงตรงนี้น้องหลายคนอาจคิดว่าแค่พากย์เสียงคงไม่เป็นไรมั้ง แต่ไม่ใช่เลยค่ะ เพราะยิ่งทำงานนี้นานเข้า มาร์คก็เริ่มเปรียบเปรยว่าโจ๊กเกอร์นั้นไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสัตว์ร้าย และเขาก็ต้องประสบกับ อาการจิตตก และนอนไม่หลับ ตลอดเวลาที่รับงานนี้ด้วย

มาถึงโจ๊กเกอร์ที่ฮือฮาที่สุดในประวัติศาสตร์ คือโจ๊กเกอร์ฉบับ ฮีธ เลดเจอร์ ใน The Dark Knight ที่ใครดูก็ขนลุกขนชันกับการแสดงอันทรงพลังของฮีธ เลดเจอร์ ที่ทุ่มเทขนาดไปเปิดห้องโรงแรมแล้วขังตัวเองเป็นเดือนๆ เพื่อศึกษาการเป็นโจ๊กเกอร์ ฮีธพยายามวิเคราะห์จิตใจโจ๊กเกอร์อย่างจริงจัง นั่นทำให้สภาพจิตใจเขาฟุ้งซ่านจนนอนไม่หลับ ต้องพึ่งยาอันตรายตัวเดียวกับที่แจ็ค นิโคลสันเคยใช้ ซึ่งว่ากันว่านี่อาจต้นเหตุที่ทำให้ฮีธ ต้องจากไป ก่อนหนังเข้าฉายเพียง 6 เดือนเท่านั้น

และว่าที่โจ๊กเกอร์คนล่าสุด จาเร็ด เลโต้ นักดนตรีจากวง Thirty Seconds to Mars ที่เจ้าตัวยอมรับว่าเขาพยายามตีความตัวละครขึ้นใหม่ โดยฟังเพลงเกี่ยวกับศาสนา และอ่านวรรณกรรมเกี่ยวกับไสยศาสตร์มนต์ดำ ทำให้มีพฤติกรรมแปลกไป ทั้งส่งซากหนูตายให้เพื่อนร่วมงาน และพ่นพุ่มดอกกุหลาบด้วยสเปรย์สีดำอีก วิล สมิธกล่าวว่าจาเร็ดเป็นโจ๊กเกอร์ตลอดเวลา ไม่ว่าจะในฉากหรือนอกฉาก ซึ่งจาเร็ดเองก็ยอมรับ ซ้ำยังบอกอีกด้วยว่าเขาคงต้องใช้เวลาทั้งชีวิต เพื่อลบจิตวิญญาณโจ๊กเกอร์ในตัวเอง

7#Superman

อย่าว่าแต่บทตัวร้ายเลยค่ะที่ลือกันว่ามีอาถรรพ์ เพราะบทพระเอกซูเปอร์ฮีโร่อย่างซูเปอร์แมนก็เช่นกัน โดยหลายคนเชื่อว่าเกิดจากการที่ ชัสเตอร์ และซีเกล สองผู้สร้างซูเปอร์แมน ขายลิขสิทธิ์ให้ DC ได้จำนวนเงินเพียง 130 ดอลลาร์ หรือเป็นเงินไทยไม่ถึงห้าพันบาท ทั้งที่สามารถสร้างรายได้ให้ DC อย่างมหาศาล จนทั้งคู่ผูกใจเจ็บ ทำการสาปแช่งนับตั้งแต่วันนั้น

เริ่มจากพี่น้องเฟลชเชอร์ ผู้สร้าง Popeye และ Betty Boob อันโด่งดัง ก็มีอันตกต่ำขั้นสุดหลังจากเข้ามาข้องเกี่ยวกับโปรเจ็คซูเปอร์แมน ตามด้วย เคิร์ก อลิน นักแสดงผู้รับบทซูเปอร์แมนคนแรกที่กลายเป็น ดาราตกอับ หลังจากเล่นบทนี้

ต่อมา จอร์จ รีฟส์ ผู้รับบทซูเปอร์แมนฉบับซีรีส์ Adventure of Superman (1951) ก็ ถูกยิงเข้าที่ศีรษะเสียชีวิต โดยตำรวจสรุปคดีว่าเป็นการฆ่าตัวตายทั้งที่ไม่มีรอยนิ้วมือเขาบนปืนเลยแม้แต่นิดเดียว ตามมาด้วย คริสโตเฟอร์ รีฟส์ ซูเปอร์แมนผู้โด่งดังสุดๆ ในหนังภาคต่อ Superman : The Movie (1978) ก็ตกม้าจนเป็น อัมพาตช่วงล่าง

นอกจากเหตุร้ายจะเกิดขึ้นกับนักแสดงบทซูเปอร์แมนแล้ว เชื่อไหมว่าบทอื่นๆ ก็เจออาถรรพ์ไม่แพ้กันค่ะ ทั้งป่วยทางกาย ป่วยทางจิต ประสบอุบัติเหตุ หรือหมดอนาคตในหน้าที่การงาน เรียกว่าเป็นโปรเจ็คอาถรรพ์จนหลายคนซุบซิบกันว่า สาเหตุที่ซูเปอร์แมนภาคล่าสุดตั้งชื่อว่า Man of Steel ก็เพื่อจะลบล้างอาถรรพ์ชื่อ Superman นี่แหละ

8#พิษสวาท

ไม่ใช่แค่หนังฝรั่งนะคะที่เขาลือว่ามีอาถรรพ์กัน เพราะฝั่งไทยเราเองก็มีเรื่องที่พอฟัดพอเหวี่ยงกับเขาได้ คือเรื่อง พิษสวาท ที่เคยถูกสร้างเป็นทั้งหนังและละครมาแล้วนี่แหละค่ะ น้องๆ หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อ แต่ถ้าเอาไปถามคุณพ่อคุณแม่ต้องร้องอ๋อแน่นอน กับเรื่องราวของคุณอุบล นางรำในสมัยกรุงศรีอยุธยาที่ถูกสามีหลอกฆ่าเพื่อให้เป็นผีเฝ้าสมบัติ กลายเป็นความแค้นที่ต้องการเอาคืน

เรื่องนี้ได้ทำเป็นละครครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2514 แต่ เสาวนีย์ สกุลทอง นางเอกของเรื่องกลับ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ทั้งที่ยังถ่ายทำไม่เสร็จ ทำให้ผู้กำกับต้องตัดจบทันที ต่อมาพิษสวาทได้ถูกทำเป็นละครวิทยุ ก็มีเหตุ เพลิงไหม้ในห้องอัดเสียงอีก ตามมาด้วยเหตุร้ายต่างๆ แทบทุกครั้งที่ถูกรีเมค อย่างในเวอร์ชั่นปีพ.ศ. 2534 ก็ปรากฏว่า วรรณิศา ศรีวิเชียร นักแสดงบทเพื่อนของคุณอุบล ประสบอุบัติเหตุจนต้องถอนตัว กลายเป็นส่งไม้ต่อให้ ดี้-ปัทมา ปานทอง เล่นต่อแทน

จนล่าสุดเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เอ็กแซ็กท์ก็ประกาศว่าจะสร้างละครเรื่องนี้อีกครั้งท่ามกลางความดีใจและเป็นห่วงของหลายๆ ฝ่าย ซึ่งก็ไม่วายมีปัญหาจนต้องเปลี่ยนตัวนางเอกจากเมนเทอร์ บี น้ำทิพย์ กลายเป็น นุ่น วรนุช จนได้ ซึ่งสาวนุ่นก็ให้สัมภาษณ์ว่าสาเหตุที่รับเล่นเรื่องนี้เพราะเธอฝันถึงหญิงชุดไทย ฟังดูน่ากลัวใช่ไหมคะ แต่สาวนุ่นเชื่อว่าเป็นเรื่องดีๆ จนคนดูอย่างเราๆ ต้องลุ้นเลยว่าการถ่ายทำครั้งนี้จะจบลงโดยสวัสดิภาพหรือไม่

ขอขอบคุณข้อมูล dek-d.com